“มีน พีรวิชญ์”นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

นอกจากเป็นนักแสดงมากฝีมือแล้ว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอต “มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” จากบ้าน Ultimate Troop พร้อมปล่อยของกับการทำงานเบื้องหลัง ในโปรเจคมินิซีรีส์ “หนังสือรุ่น The Yearbook” ซึ่งจะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ช่วงปี พ.ศ. 2545 กับเรื่องราวความน่ารัก มิตรภาพ ความฝัน คำสัญญาของ 2 เพื่อนสนิท “นัท – ภพ” ที่มีอันให้ต้องจากลา ก่อน 4 ปีผ่านไป หนังสือรุ่นจะทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

งานนี้นอกจากหนุ่มมีนจะรั้งตำแหน่ง Exclusive Producer ร่วมกับนักแสดงหนุ่ม “พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล” จากภาพยนตร์เรื่องดัง “รักแห่งสยาม” แล้ว ยังควบบทบาทผู้กำกับ ทุ่มประสบการณ์ทั้งจากงานแสดงและการเรียนในสาขาภาพยนตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด

ซึ่ง “มีน” เผยว่า “ก็ยังไม่ใช่ผู้กำกับเต็มตัวขนาดนั้น (หัวเราะ) ถือว่ากำกับร่วมตอนอยู่หน้ามอนิเตอร์ เพราะว่าจะมีพี่สนุ๊กที่เป็นต้นเรื่อง กับครูลูกแก้วแอคติ้งโค้ชคอยดูเรื่องการแสดงอยู่แล้ว  ผมกับพี่เบ้น ผู้กำกับอีกคนจะเน้นไปที่การเล่าเรื่อง ภาพ มุมกล้อง แสง มากกว่า ก็สนุกดีได้ร่วมกันแชร์ไอเดีย ได้ทำอะไรใหม่ๆ เรื่องนี้เราจะมีแฝงสัญญะไว้ด้วยครับ ถ้าใครได้ดูจะเห็นว่าโปสเตอร์จะเล่าผ่าน โทนภาพ ฟิล์ม แสง หรือสีเสื้อของนักแสดงที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก เราทิ้งสัญญะไว้แทบจะทุกภาพ อย่างตัวละครจะมีตัวละครนึงสีโทนเย็น อีกตัวละครสีโทนอุ่น และมีโปสเตอร์นึงที่ตัวละคร กำลังเดินตรงรางรถไฟ มีตัวละครที่ใส่เสื้อสีโทนเย็นตามอีกตัวละคร จริงๆ มันคืออารมณ์ไขว้เขว่ของตัวละครและรางรถไฟที่ขดไปมามันคือเส้นทางที่ตัวละครต้องเลือกความสับสนของเด็กในยุคนั้นจนอาจจะเป็นทางแยก นี่ขนาดแค่โปสเตอร์ก็แฝงสัญญะนะครับ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ต้องซีเรียสดูเอาสนุกๆ ดีกว่าครับ เห็นก็ถือว่าเป็นโบนัส (หัวเราะ) อยากให้ทุกคนได้ตีความหมายจากภาพครับ”

ก็ได้กระแสตอบรับดีทันทีที่ “หนังสือรุ่น The Yearbook” ปล่อยทีเซอร์ตัวละคร “ภพ” และ “นัท” 2 part ที่เรียงร้อยกัน 2 มุมมอง ถือเป็นกำลังใจให้กับทีมงานและนักแสดง “มีนว่าความต่างคือเรื่องนี้เน้นความเรียลของตัวละคร แต่มีความน่ารักของยุค 2000 ตอนต้น ช่วงเวลานั้นมันมีเสน่ห์ มีช่วงเวลาความรักที่ยากกว่าปัจจุบันมาก อย่างพวกเทคโนโลยีก็ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันง่ายเหมือนยุคนี้ เลยรู้สึกว่าอยากดึงเสน่ห์และกลิ่นอายอะไรเหล่านี้มานำเสนอในซีรีส์เรื่องนี้ อีกอย่างคือซีรีส์เรื่องนี้มันถูกเริ่มต้นมาจากความเป็นหนัง คนดูน่าจะได้เห็นการเล่าเรื่อง ภาพ หรือการถ่ายทอดแบบภาพยนตร์ด้วย ก็อยากชวนทุกคนมาดูกันเยอะๆ ครับ งานนี้เราทุ่มเทเต็มที่ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับงานนี้เหมือนกัน ได้ย้อนหวนคืนความทรงจำกลับไปสู่อดีตไปด้วยกัน เผื่อจะค้นเจอความทรงจำอะไรดีๆ ในหนังสือรุ่นเล่มนี้ครับ”

ผู้กำกับ ไทบ้าน เดอะซีรีส์“ศัก สุรศักดิ์ ป้องศร”

สร้างความฮือฮาให้วงการภาพยนตร์ในเมืองไทยได้ในระดับที่ต้องจับตามอง สำหรับภาพยนตร์ เรื่อง “ไทบ้าน เดอะซีรีส์” ภาพยนตร์ไทยสไตล์อีสาน ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ป่าล้อมเมือง ส่วนหนึ่งมาจากความที่หนังบอกเล่าเรื่องราวของคนอีสาน อย่างตรงไปตรงมา ผ่านการตีความของผู้กำกับหนุ่มไฟแรงอย่าง “ศัก สุรศักดิ์ ป้องศร” ทำให้โดนใจแฟนหนังทั่วภาคอีสาน

ไทบ้าน เดอะซีรี่ส์ ความตั้งใจจริงต้องการสื่อออกไปให้ดูมีความดิบมากที่สุด เพราะหนังแนวอีสานที่เคยมีมายังไม่ลงลึกถึงขั้นรายละเอียด จึงตั้งใจลงรายละเอียดแบบไทบ้านให้มากที่สุด แต่ละฉากพยายามใส่รายละเอียดต่างๆของความบ้านนอกที่เคยสัมผัส เช่น ฉากเปิดตัวที่จาลอดวิ่งเข้าห้องน้ำบ้านตรงข้ามตนเอง สิ่งที่อยากสื่อให้คนเห็นคือ ขอเข้าห้องน้ำบ้านคนอื่นได้อย่างสบายใจ โดยที่ยังมีความเป็นกันเองอยู่ เพราะในปัจจุบันในกรุงเทพคงไม่สามารถทำอะไรทำนองนี้ได้แล้ว

นอกจากนี้ด้านประเพณียังมีการเวียนเทียน เล่นบั้งแก๊ส ที่เป็นเครื่องเล่นสมัยก่อนในงาน มีการดีดลูกแก้ว เป่ายาง และฉากที่พี่น้องคือ จาลอดกับมืดใส่เสื้อตัวเดียวกัน แถบอีสานก็ยังมีวิถีชีวิตแบบนี้ที่น้องได้รับมรดกตกทอดจากพี่ โทรศัพท์ก็เล่นด้วยกัน เสมือนการแบ่งปันกัน ฉากผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเสาหลักของหมู่บ้าน ชาวบ้านจะทำอาหารและแบ่งปันกัน พยายามใส่รายละเอียดลงไปทุกฉาก เรียกว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ได้สอดแทรกไว้ในหนังอย่างไหลลื่น แต่ผู้ชมส่วนใหญ่กลับไม่สังเกต เพราะเนื้อเรื่องจะโดดเด่นในเรื่องของความสนุกสานาน ความตลก ผู้ชมก็จะโฟกัสจุดนั้นมากกว่า

ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความเป็นคนอีสานในอุดมคติ

ภาพยนตร์ต้องการเล่าเรื่องให้ออกมาเป็นภาพของภาคอีสานในช่วงก่อนหน้านี้ประมาณ 10-15 ปี ผสมกับภาพภาคอีสานในปัจจุบัน ที่พยายามนำมาผสมกันเพราะว่าภาพยนตร์เรื่องถ่ายทำในช่วงของการเปลี่ยนแปลง คล้ายกับเรื่องแฟนฉัน ที่อยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน

ใบปริญญาจะสำคัญในเชิงของคนที่ต้องการทำงานประจำ แต่สำหรับ สุรศักดิ์ ไม่ได้คิดแบบนั้น ทำให้ในขณะนี้แม้ผ่านมา 8 ปีแล้ว แต่เขายังเรียนไม่จบคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะมีความตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นและเป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากทำธุรกิจส่วนตัว เคยทำงานประจำประมาณ 1 ปี แต่รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ชีวิตของตัวเอง รู้สึกไม่มีความสุข และกว่าจะออกจากกรอบตรงนั้นใช้เวลานนานมาก แต่ตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ทั้งครอบครัว แฟน การเรียน และออกมาเดินด้วยตัวเอง

พฤกษ์ เอมะรุจิ (ตุ๋ย)

ประวัติย่อ

พฤกษ์ เอมะรุจิ (ชื่อเล่น ตุ๋ย) มีผลงานเขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง รักหลอก ๆ อย่าบอกใคร และ รักแปดพันเก้า ผลงานที่โดดเด่งอย่าง
อีเรียมซิ่ง (2020)

เรื่องย่อ

เรียม (ราณี แคมเปน) เจ้าแม่ตัวอิจฉาประจำหมู่บ้านบางน้ำกร่อย อิจฉา แรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวของเธอสุด ๆ เพราะ แรม ทั้งสวยงาม กิริยามารยาทอ่อนหวาน แถมยังทำขนมอร่อยเป็นเลิศ ผิดกับ เรียม ที่วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่นอยู่กับ ฟักทอง เพื่อนและญาติสนิท ความต่างราวฟ้ากับเหวของ เรียม กับ แรม ทำให้ชาวบ้านเอา เรียม ไปเปรียบเทียบ กับ แรม อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้ เรียม ยิ่งอิจฉาและหาเรื่องแกล้งพี่สาวอยู่ตลอด แต่ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปเพราะการมาถึงของโจรโฉดนาม แก๊งโจรฟันแดง ที่มีคาถาอาคมร้ายกาจ มาจับตัว แรม และแม่ไป เรียม และ แก๊งเรียมซิ่ง จึงต้องออกผจญภัยไปช่วยเหลือคนในครอบครัว

ผู้กำกับ อนุชา บุญยวรรธนะ

ประวัติย่อ

อนุชา บุญยวรรธนะ ชื่อเล่น นุชี่ เป็นผู้กำกับชาวไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) และทำภาพยนตร์วิทยานิพนธ์เรื่อง “ตามสายน้ำ” และได้รับรางวัลวิจิตรมาตรา จาก Thai Short Film and Video Festival และรางวัล Young Thai Artist Award และยังได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ในเอเชียและยุโรป เช่น Hong Kong Independent Short Film and Video Award อีกด้วย

บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ พี่มาก..พระโขนง

บรรจง ปิสัญธนะกูลหรือ โต้ง เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณที่เขาร่วมงานกับภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ซึ่งเป็นผลงานที่แจ้งเกิดบรรจงในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญหน้าใหม่ของไทยเนื่องภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณทำรายได้มากถึง 120 ล้านบาท ทำให้บรรจงและภาคภูมิก้าวสู่วงการหนังสยองขวัญอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นบรรจงได้มีภาพยนตร์สยองขัวญอีกมากมายที่เขาร่วมกำกับได้แก่ แฝด สี่แพร่งตอนคนกลาง ห้าแพร่งตอนคนกอง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนทำรายได้มากมายทั้งสิ้น

ประวัติ

บรรจง ปิสัญธนะกูล จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง หลังจากนั้นบรรจงได้ทำงานในเป็นครีเอฟของรายการTeen Talk ภายหลังบรรจงได้เริ่มงานกำกับโดยเขาได้ทำงานกำกับโฆษณาและได้มีผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่อง Color Blind หลังจากนั้นบรรจงได้ก้าวสู่อาชีพผู้กำกับอย่างเต็มตัวโดยการกำกับภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณซึ่งเขาร่วมกำกับกับภาคภูมิ วงศ์ภูมิซึ่งในภาพยนตร์สร้างกระแสและทำรายได้เป็นประวัติกาล และทำให้ภาพผีขี่คอยังติดตาคนดูหลายคนและมีหนังหลายเรื่องนำไปล้อเลียนอีกด้วย เช่น บุปผาราตรี 3.1 เป็นต้น

หลังจากความสำเร็จของชัตเตอร์ บรรจงและภาคภูมิได้รับการชื่นชมและได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถขายได้ในหลายประเทศนอกจากนั้นยังได้มีคนซื้อลิขสิทธิไปรีเมคเป็นจำนวนมากรวมถึงฮอลลีวู้ดด้วย หลังจากนั้นบรรจงได้มีผลงานกำกับเรื่องใหม่นั่นก็คือ แฝดภาพยนตร์สยองขัวญที่ออกฉายในปี 2550 ซึ่งเขาร่วมกำกับกับภาคภูมิอีกครั้ง แฝดทำรายได้ไปกว่า 70 ล้านบาทเฉพาะในประเทศไทยและยังขายได้ในอีกหลายประเทศ

ในปี 2551 บรรจงได้มีผลงานการกำกับเรื่องใหม่เรื่อง สี่แพร่งซึ่งเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่รวมเรื่องสั้นทั้งหมดสี่เรื่องไว้ในหนังเรื่องเดียวโดยบรรจงได้กำกับในตอน คนกลางซึ่งมีเนื้อหาที่สยองขวัญปนตลก มีการล้อเลียนและเสียดสีหนังต่างประเทศรวมถึงหนังของบรรจงเองอีกด้วย หลังจากสี่แพร่งเข้าฉายก็ทำรายได้มากถึง 80ล้านบาทและขายได้ในอีกหลายประเทศและได้รับรางวัลสุพรรณหงษ์อีกด้วย นอกจากนั้นสี่แพร่งยังได้รับคำชื่นชมอีกมากทำให้มีการสานต่อโดยเปลี่ยนจากสี่แพร่งเป็นห้าแพร่ง ห้าแพร่งเป็นภาพยตร์ที่รวมเรื่องสั้นห้าเรื่องไว้ในเรื่องเดียวซึ่งบรรจงได้ร่วมกำกับในตอนคนกองและได้สร้างกระแสวิจารณ์มากมายเนื่องจากเนื้อหาที่ยังคงสยองขวัญปนตลกที่ยังคงล้อเลียนและเสียดสีทั้งวงการบันเทิง วงการภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องห้าแพร่งได้ทำสถิติคือภาพยนตร์สยองขวัญเปิดตัววันแรกสูงสุดโดยทำรายได้ไปถึง15ล้านบาทในวันแรกและขณะนี้ก็ทำรายได้ไปมากกว่า100ล้านบาทและยังคงทำรายได้ต่อไป

ในปี พ.ศ. 2553 เขามีผลงานการกำกับหนังรักเรื่องแรกคือเรื่อง กวน มึน โฮ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องต่อมาคือเรื่อง พี่มาก..พระโขนง ทำรายได้รวมทั่วประเทศกว่า 1,000 ล้านบาท ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างรายได้มากที่สุดของจีทีเอช

ในปี พ.ศ. 2559 เขามีผลงานการกำกับหนังรักเรื่องที่สองและเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายจีดีเอช ห้าห้าเก้า โดยมีชื่อเรื่องว่า”แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว”

บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ

 ผลงานภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง ของผู้กำกับหนุ่ม ‘บาส’ – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ที่ออกฉายเมื่อปีพ.ศ. 2560 ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ที่ฉีกกรอบของภาพยนตร์ไทยแบบเดิมๆ ที่หลายคนเคยเชื่อว่าต้องมีแต่พล็อตเรื่องรักๆ ตลกขบขัน หรือสยองขวัญ ถึงจะประสบความสำเร็จ

     แต่บาสได้สร้างภาพยนตร์แนวจารกรรมที่หยิบจับเรื่องเล็กๆ ในสังคมไทย แต่แฝงเร้นประเด็นใหญ่เรื่อง ‘คอร์รัปชั่น’ มาถ่ายทอดได้แบบแสบสัน จนเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้คะแนนร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มจากเว็บมะเขือเน่า (Rottentomatoes) มาแล้ว และตอกย้ำความเจ๋งด้วยการคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกอย่างรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Feature) จาก New York Asian Film Festival 2017 รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลเกี่ยวเนื่องอื่นๆ รวม 12 รางวัลบนเวทีสุพรรณหงส์ครั้งที่ 27 นอกจากนี้ ฉลาดเกมส์โกง ยังเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดในต่างประเทศรวมถึง 889 ล้านบาท ทำลายสถิติเดิมที่หนังเรื่อง องค์บาก ทำไว้ 515 ล้านบาท ส่วนตัวบาสเอง ก็เพิ่งคว้ารางวัล Gold Lion จากหนังโฆษณาชุด Tiny Doll จากเทศกาลเมืองคานส์มาหมาดๆ ซึ่งบาสบอกกับ GQ ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องแลกด้วยต้นทุนมหาศาลในชีวิตตัวเอง

     “ผมว่าการทำหนังทุกเรื่องเป็นหมุดหมายในชีวิตหมดเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หนึ่ง ที่สอง หรือที่สิบ การทำหนังไม่เหมือนเวลาเราทำโฆษณา หรือว่าทำเอ็มวี มันต้องใช้ต้นทุนชีวิตเยอะ ใช้การลงทุนลงแรง และใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ละเรื่องเลยเป็นการย่อยประสบการณ์ ย่อยมุมมองชีวิตในช่วงเวลานั้นมาบรรจุไว้” บาสพูดถึงผลงานล่าสุดของตัวเอง

     “ผมอยากเป็นคนทำงานที่ทำไปได้เรื่อยๆ อยากทำงานที่ไม่ได้อยู่ในเซฟโซน ท้าทายตัวเอง ก็ไม่รู้ ไม่แน่เรื่องหน้าเราอาจจะทำหนังที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราทำมาเลยก็ได้นะ เพราะไม่อยากทำงานที่เคยทำผ่านมาแล้วและรู้ว่าตัวเองทำได้ เราอยากกระโจนไปสู่สนามใหม่ๆ เรื่อยๆ”

     “ทุกครั้งที่เริ่มใหม่ต้องตามมาด้วยความเสี่ยง คุณไม่กลัวเหรอ?” เราเอ่ยถาม

     “แน่นอนมันเต็มไปด้วยความเสี่ยง ถามว่าลึกๆ กลัวไหม กลัว! แต่ยิ่งกลัวมันยิ่งผลักดันเรานะ ว่าถ้าเราเลือกแล้ว ถ้าอยากจะลองเสี่ยง ก็ต้องทำให้เต็มที่ อย่าขี้เกียจ อย่าสปอยล์ตัวเอง อย่าทำให้โอกาสตรงนี้มันเสียเปล่า และถ้าเราทำได้ดีที่สุด ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรเราไม่สนใจแล้ว ถึงจะผิดพลาดผมก็รับได้”

 รางวัลทั้งหมดที่ ฉลาดเกมส์โกง ได้รับจากทั่วโลก:

      เทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก ครั้งที่ 16 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, Screen Rising Star Asia

      เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฟุกุโอะกะ ครั้งที่ 27 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

      เทศกาลภาพยนตร์ Fantastic Fest Austin 2017 ภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดเยี่ยม

      เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมอนทรีออล 2017 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์สร้างสรรค์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม

      เทศกาลภาพยนตร์ PIFFA Malaysia 2017 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

      Catholic Media Awards 2017 รางวัลสื่อมวลชนดีเด่นสาขาภาพยนตร์

      Asian Brilliant Stars in Berlin International Film Festival นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

      รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม 

      CinemAsia Film Festival 2018 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

      BIOSCOPE Awards 2017 ภาพยนตร์ไทยแห่งปี, นักแสดงภาพยนตร์แห่งปี

      รางวัลภาพยนตร์แห่งเอเชีย ครั้งที่ 12 นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

ผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี

คงเดช จาตุรันต์รัศมี จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เคยเป็นกอปปี้ไรท์เตอร์ในงานโฆษณา อ่านสปอตโฆษณาวิทยุ ทำเพลงโฆษณาและเพลงประกอบภาพยนตร์ เริ่มกำกับภาพยนตร์จากโครงการประกวดภาพยนตร์สั้น ‘ส่งฝันสู่ฟิล์ม’ ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารซีเนแมก กำกับร่วมกับเกียรติ ศงสนันทน์ ที่เป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบ งานแรกเริ่มในวงการบันเทิงเป็นนักร้องนำวงสี่เต่าเธอ ภายหลังหันมาเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ และกำกับภาพยนตร์

มีผลงานกำกับภาพยนตร์มากมาย อาทิ เฉิ่ม, ตั้งวง และ Where We Belong แม้ผลงานของเขาจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนัก แต่ภาพยนตร์ของคงเดชกลับประสบความความสำเร็จในแง่ของคำวิจารณ์ และสามารถคว้ารางวัลสุพรรณหงส์มาครองได้หลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม และเขียนบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เขาได้รับมาจากผลงานภาพยนตร์เรื่องตั้งวง ในงานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 23 หรือ สาขาเขียนบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Snap แค่…ได้คิดถึง เป็นต้น นอกจากนี้ คงเดชยังได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาภาพยนตร์ ประจำปี 2557 อันเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่มอบให้แก่ศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นอีกด้วย

ผู้กำกับ จิระ มะลิกุล หรือ ‘พี่เก้ง’

 ‘จิระ มะลิกุล’ หรือ ‘พี่เก้ง’ ผู้กำกับรุ่นใหญ่แห่งค่าย GDH เป็นดั่งมาสเตอร์ ในวันวัยที่ยังไม่ได้กำกับ 15 ค่ำ เดือน 11 มหา’ลัยเหมืองแร่ รัก 7 ปี ดี 7 หน และพรจากฟ้า มาสเตอร์คนนี้ก็มีภาพยนตร์ที่เป็นเหมือนครูของตัวเองเช่นกัน

a day ทำฉบับ Meet the Master ทั้งที เราจึงใช้โอกาสนี้ขอให้พี่เก้งแนะนำหนัง 5 เรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจของเขา ตั้งแต่เรื่องที่สอนวิชาเขียนบท 101 สอนวิธีตัดต่อหนังแบบมืออาชีพ ไปจนถึงเรื่องที่แนะนำหัวใจของการเป็นผู้กำกับที่ดี กระทั่งเขาได้กลายเป็นตัวอย่างของคนทำหนังหลายคนในวันนี้

A Passage to India (2527)

“หนังเรื่องนี้พูดถึงอินเดียในยุคที่อังกฤษปกครอง เขาเก่งมากตรงที่เล่าเรื่องยากๆ ให้ง่ายและสนุก ในเรื่องจะเห็นได้ชัดว่ามีคนตะวันตกที่ยังเป็นตะวันตก คนตะวันตกที่อยากเป็นตะวันออก คนตะวันออกที่ยังเป็นตะวันออก และคนตะวันออกที่อยากเป็นตะวันตก

“พอมาวิเคราะห์ทีหลังผมถึงรู้ว่ามันเป็นต้นตอความคิดที่ทำให้ผมทำ 15 ค่ำ เดือน 11 คือในเรื่องมีคนอีสานที่เชื่อในเทคโนโลยี คนอีสานที่ยังเชื่อในความเชื่อ นักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในเทคโนโลยี และนักวิทยาศาสตร์ที่ยินดีกับความเชื่อ แม้จะไม่ชัดมากแต่ก็เห็นว่ามันมีอิทธิพลต่อการเขียนตัวละครของเราเหมือนกัน”

Cinema Paradiso (2531)

“director’s cut ของหนังเรื่องนี้ให้บทเรียนกับผมเยอะมาก เพราะมันยาวกว่าเวอร์ชั่นที่ฉายจริง 30 นาที เล่าเรื่องความรักของพระเอกตอนโตซึ่งผมเดาว่าโปรดิวเซอร์คงตัดออกเพราะเส้นเรื่องทำให้โฟกัสของเรื่องเฉออกไปจากเรื่องหลักคือโรงหนัง พอทำหนังเองผมพบว่าในวินาทีสุดท้าย ถ้าเราเอาตัวออกมาเป็นคนนอกและโฟกัสมัน หนังจะเฉียบคมมาก

Cinema Paradiso เวอร์ชั่นที่ออกฉายนั้นดีกว่า director’s cut จริงๆ และผมรับรองได้ว่าหนังของ GDH ทุกเรื่อง เวอร์ชั่นที่ฉายจริงดีกว่า director’s cut หมดเลย”

Otoko wa Tsurai yo (2512–2538)

“เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ชุดเล่าเรื่องของ Tora-san ผู้ชายที่เร่ร่อนไปทั่วประเทศ แต่ละตอนเขาจะไปพัวพันกับผู้หญิงเพราะเขามีเสน่ห์และใจดี เป็นหนังที่จริงใจมาก ไม่มีความเท่ ความนิ่ง ไม่มีผู้ร้าย แต่เล่าเรื่องความสุขของชีวิตชนบท ความสุขของคนที่มีญาติ เป็นความ emotional แบบคนเอเชีย เอาเข้าจริงหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นต้นกำเนิดของคำว่าฟีลกู้ดโดยที่ผมไม่รู้ตัวก็ได้นะ”

มือปืน (2526)

“หนังของท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) ผมทึ่งตรงที่หนังไทยสมัยนั้น ถ้าว่ากันด้วยเรื่องดราม่ามันก็จะเป็นหนังผัวเมีย หนังบู๊มันก็จะใส่แจ็กเก็ตยีนส์ยิงกัน แต่เรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชั่นใส่ดราม่าที่ดีมาก ผมชอบสุดๆ

“ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของท่านมุ้ย ท่านบอกว่าหนังจะประสบความสำเร็จได้จากหัวใจ 4 ห้อง คือการเขียนบท การกำกับ การตัดต่อ และการถ่ายภาพ ยิ่งผู้กำกับกุมหัวใจ 4 ห้องได้มากเท่าไหร่หนังยิ่งดีเท่านั้น อ่านแล้วก็รู้สึกว่าท่านมุ้ยพูดถึงตัวเองเลยนี่นา เพราะหนังเรื่องนี้สมบูรณ์มาก มันมีอิทธิพลกับผมมาก เวลาทำหนังหรือเลือกทีมงานผมจะเน้นหัวใจ 4 ห้องนี้มากเลย”

Witness (2528)

Witness เป็นเรื่องของเด็กชาวอามิชที่เข้านิวยอร์กไปเห็นการฆาตกรรมเลยโดนคนร้ายหมายหัว พระเอกเป็นตำรวจที่ทำคดีนี้จึงต้องช่วยพาเด็กกลับเข้าหมู่บ้านอามิชซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรมที่เคร่งครัด ไม่พึ่งเทคโนโลยี ไม่ติดต่อโลกภายนอก ฉากหนึ่งที่ผมชอบคือตอนพระเอกซ่อมรถ วิทยุในรถมันดังขึ้นมา เขาดีใจมากจนจับนางเอกเต้นไปกับเพลงทั้งๆ ที่ชาวอามิชห้ามฟังเพลง เวลาดูถึงฉากนี้มันจึงเหมือนจังหวะที่โลกที่มีการสื่อสารกับไม่มีการสื่อสารได้มาเจอกันในรสชาติแปลกๆ ผมรู้สึกว่ามันเป็นโลกที่น่าสนใจ

“หนังเรื่องนี้คงฝังใจผมมาก พอได้อ่านเรื่องครูสามารถที่สอนในเรือนแพและไม่มีโทรศัพท์มือถือผมก็ชอบมากจนทำเป็นหนังเรื่อง คิดถึงวิทยา

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือที่นิยมเรียกกันว่า หม่อมน้อย (แท้จริงแล้วต้องเรียกว่า คุณน้อย) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2496 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครโทรทัศน์ และละครเวทีที่มีผลงานโดดเด่นแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคนหนึ่งของประเทศไทย ทั้งยังเป็นผู้เขียนบทและอาจารย์สอนวิชากำกับการแสดงและการแสดงในระดับสากล

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล เป็นบุตรของหม่อมราชวงศ์ชนาญวัต เทวกุล (โอรสในหม่อมเจ้าสุทธาสิโนทัย เทวกุล) กับนางภักดี เทวกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม สมรรคะบุตร) โดยหม่อมน้อยเป็นพระปนัดดา (เหลน) ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ และหม่อมใหญ่ เทวกุล ณ อยุธยา ทางหม่อมเจ้าสุธาสิโนทัย เทวกุล (พระอนุชาในหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระอัยกีใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ผู้เป็นท่านปู่

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพมีผลงานเรื่องแรกคือ เพลิงพิศวาส ของ สหมงคลฟิล์ม ที่ได้สร้างชื่อให้แก่ สินจัย เปล่งพานิช และในอีก 26 ปีต่อมา หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพได้กลับมาร่วมงานกับสหมงคลฟิล์มอีกครั้งในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย

กำกับภาพยนตร์

  • เพลิงพิศวาส (2527)
  • ช่างมันฉันไม่แคร์ (2529)
  • ฉันผู้ชายนะยะ (2530)
  • นางนวล (2530) 
  • เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย (2532)
  • ความรักไม่มีชื่อ (2533)
  • มหัศจรรย์แห่งรัก (2538)
  • อันดากับฟ้าใส (2540)
  • ชั่วฟ้าดินสลาย (2553)
  • อุโมงค์ผาเมือง (2554) 
  • จัน ดารา ปฐมบท (2555)
  • จัน ดารา ปัจฉิมบท (2556)
  • แผลเก่า (2557)
  • แม่เบี้ย (2558)

ละคร

  • เทพธิดาบาร์ 21 (มินิซีรีส์ 2533)
  • ช่างมันฉันไม่แคร์ (2536)
  • แผ่นดินของเรา (2539)
  • ซอยปรารถนา 2500 (2541)
  • ปีกทอง (2542)
  • ลูกทาส (2544)
  • คนเริงเมือง (2545)
  • ทะเลฤๅอิ่ม (2546)
  • สี่แผ่นดิน (2546)
  • ในฝัน (2549)
  • ศรีอโยธยา (2560)

ละครเวที

  • ALL MY SON (2517)  – แสดงที่หอประชุม A.U.A
  • บัลเลต์พระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” (2518) – แสดงที่โรงละครแห่งชาติ
  • The Lower Depths (2517, 2518)  – แสดงที่โรงละครคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และโรงละครแห่งชาติ
  • IMPROMPTU (2520) – แสดงที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน
  • LES MALENTANDU (2524) – แสดงที่หอประชุมคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • เทพธิดาบาร์ 21 (2529) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ONE FLEW OVER THE CUCKOO’S NEST (2530) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ผู้แพ้ผู้ชนะ (2532) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • พรายน้ำ (2533) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ราโชมอน (2534) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ปรัชญาชีวิต (2531-2533) – แสดงที่ตึกร้าง บ.แปลนอคิวเท็ก, เชียงใหม่ สปอร์ตคลับ, ม.ขอนแก่น
  • พระผู้เป็นดวงใจ ของโรงเรียนสวนจิตรลดา (2529) – แสดงที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ
  • แฮมเล็ต เดอะ มิวสิเคิล (2538) – แสดงที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ

ผลงานกำกับภาพยนตร์ของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพได้รับรางวัลหลายเรื่อง เช่น เพลิงพิศวาส (2527), ช่างมันฉันไม่แคร์ (2529), ฉันผู้ชายนะยะ (2530), นางนวล (2530), เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย (2532), ความรักไม่มีชื่อ (2533), มหัศจรรย์แห่งรัก (2538) และ อันดากับฟ้าใส (2540)

ก้องเกียรติ โขมศิริ

ก้องเกียรติ โขมศิริ (ชื่อเล่น: โขม) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2518 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบทภาพยนตร์ และในบางครั้งยังเป็นนักแสดง สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำงานเบื้องหลังวงการภาพยนตร์ โดยเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ เช่น บางระจัน , ขุนแผน , 7 ประจัญบาน ภาค 1 และ 2 , ขุนศึก , คนเล่นของ ยังร่วมกำกับและเขียนบท องค์บาก อีกด้วย จนสร้างชื่อกับการเป็นทีมกำกับและเขียนบทใน ลองของ

กำกับภาพยนตร์

  • ลองของ (2548)
  • ไชยา (2550)
  • เฉือน (2552)
  • หลุดสี่หลุด (2554) ตอน “ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด”
  • ปัญญาเรณู (2554) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • ปัญญาเรณู ภาค2 (2555) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • อันธพาล (2555)
  • กาฝาก (ภาพยนตร์สั้น) (2555)
  • ปัญญาเรณู ภาค3 รูปูรูปี (2556) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • กรรไกร ไข่ผ้าไหม (2557) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • กระสือครึ่งคน (2559) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • Take Me Home : สุขสันต์วันกลับบ้าน (2559)
  • ขุนพันธ์ (2559)
  • ทองดี ฟันขาว (2560) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • ขุนพันธ์ 2 (2561)
  • ฮักบี้ บ้านมาก (2562) เป็นผู้กำกับคู่กับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
  • ขุนแผนฟ้าฟื้น (2562)

กำกับละคร

  • ตะวันตัดบูรพา ช่องวัน (2558)
  • ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ ช่องวัน (2560)
  • ชายไม่จริงหญิงแท้ ช่องวัน (2560)
  • ลองของซีรีส์ ช่องสาม (2563)

เขียนบทภาพยนตร์

  • ชุมเสือ แดนสิงห์ ตอน กระตุกติ่งเจ้าพ่อ (2543)
  • บางระจัน (2543)
  • 7 ประจัญบาน ภาค 1 (2544)
  • ขุนแผน (2545)
  • องค์บาก (2546)
  • ขุนศึก (2546)
  • คนเล่นของ (2547)
  • 7 ประจันบาน 2 (2548)
  • ลองของ (2548)
  • รักจัง (2549)
  • เปนชู้กับผี (2549)
  • ไชยา (2550)
  • รักสยาม เท่าฟ้า (2551)
  • ลองของ 2 (2551)
  • โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2551)
  • อันธพาล (2555)
  • กาฝาก (2555)
  • ขุนพันธ์ (2559)
  • นาคี 2 (2560)

กำกับมิวสิควิดีโอ

  • เพลง กินข้าวยัง? ขับร้องโดย สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว (2558)

เขียนบทละคร

  • ตะวันตัดบูรพา (2558) ช่องวัน
  • ลูกผู้ชายเลือดเดือด (2559) ช่อง 3 เอสดี
  • A Love To Kill รักซ่อนแค้น (2560) ช่องวัน
  • เสียดาย (2560) ไลน์ทีวี

แสดงภาพยนตร์

  • อรหันต์ซัมเมอร์ (2551) …ลอย
  • ตุ๊กแกรักแป้งมาก (2557) …เข่ง
  • บันทึกกรรม ตอน คุณพ่อสามล้อ (2554) …พ่อ
  • The Pool นรก 6 เมตร (2561) … เพื่อนของเดย์ (รับเชิญ)

ซิทคอม

  • เป็นต่อ รับบทเป็น คุณประกิต (ตอน ศัตรูที่รัก)
  • บางรักซอย 9 รับบทเป็น เสี่ยอูฐ
  • บ้านนี้มีรัก รับบทเป็น นักมวยคู่แข่งของลิงก์

แสดงละคร

  • ตะวันตัดบูรพา รับบทเป็น เอเยนต์รายย่อย (รับเชิญ)