อี ไอแซค จอง ผู้กำกับ Minari แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสู่ตัวเต็งออสการ์

สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการภาพยนตร์อีกครั้งสำหรับ “Minari” กับการเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ไปทั้งหมด 6 รางวัล โดย 1 ในนั้นมีรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งหนังเรื่องนี้ขึ้นแท่นตัวเต็งชิงรางวัลอีกด้วย และอีก 2 รางวัลที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการภาพยนตร์เกาหลี นั่นก็คือรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ที่ทำให้ชื่อของ สตีเว่น ยอน และยุน ยอจอง กลายเป็นนักแสดงอเมริกัน-เกาหลี และนักแสดงเกาหลีคนแรกที่ได้เข้าชิงบนเวทีนี้ตามลำดับ แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นมาจากฝีมือการเขียนบทและกำกับการแสดงของ อี ไอแซค จอง ผู้กำกับชาวอเมริกัน-เกาหลี ที่เป็นอีกหนึ่งผู้กำกับที่ถูกจับตามองในปีนี้ เกริ่นมาขนาดนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงอยากจะอยากรู้จักเขามากขึ้นแล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักผู้ชายที่ชื่อ อี ไอแซค จองกัน

แกะโปรไฟล์ อี ไอแซค จอง ผู้กำกับ Minari  แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสู่ตัวเต็งออสการ์ - Major Cineplex รอบฉายเมเจอร์  รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่

“Minari” เล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวเกาหลีในยุค 80 ที่หอบเอาความหวังไปตั้งต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดินอเมริกา เริ่มต้นจากการเป็นชาวสวนชาวไร่บนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คนและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเกาหลี โดย “Minari” เดินหน้ากวาดรางวัลมามากมาย ล่าสุดกับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ถึง 6 สาขา สื่อและนักวิจารณ์ต่างคาดการณ์ว่า “Minari” จะสร้างปรากฎการณ์ระดับโลกต่อจาก Parasite เตรียมพร้อมสำหรับการหว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่

อี ไอแซค จอง ผู้กำกับที่อยู่เบื้องหลังการผลัดเปลี่ยนและเติบโตใน Minari -  SARAKADEE LITE

 

“บงจุนโฮ”กับความสำเร็จของหนัง Parasite ที่กวาดรางวัลมากมาย

บงจุนโฮ: ผู้กำกับ Parasite ที่ชวนก้าวข้ามซับไตเติลเพื่อค้นหาเมจิกของภาพยนตร์ที่กวาด 4 รางวัลใหญ่บนเวทีออสการ์

ในบรรดาหนังที่ได้ชิงออสการ์ ปี 2020 เรื่องที่ร้อนแรงและได้รับการพูดถึงมากที่สุดก็คือ หนังเกาหลีใต้เรื่อง Parasite ที่เข้าชิงออสการ์ 6 รางวัล ได้แก่ หนังยอดเยี่ยม, ผู้กำกับ, บทดั้งเดิม, ลำดับภาพ, ออกแบบงานสร้าง และหนังนานาชาติยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000) ที่หนังเอเชียได้ชิงออสการ์สาขาใหญ่แบบนี้ 

ความสำเร็จบนเวทีออสการ์ของ Parasite ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะก่อนหน้านี้หนังเรื่องนี้ได้รางวัลจากเวทีต่าง ๆ มาแล้วมากกว่า 40 แห่ง รวมถึงรางวัลใหญ่อย่างปาล์มทองคำที่คานส์, หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำและ  Critics’ Choice Awards เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ชวนเซอร์ไพรส์มากกว่าก็คือการที่หนังเกาหลีเพิ่งได้ชิงออสการ์และได้รางวัลใหญ่ ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก ทั้งที่ช่วง 20 ปีหลังมานี้ อุตสาหกรรมหนังเกาหลีมีความเข้มแข็ง, มีคนทำหนังฝีมือเยี่ยมมากมาย, หนังเกาหลีได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 

ความสำเร็จของ Parasite นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับผู้กำกับ บงจุนโฮ (Bong Joon-ho) ซึ่งหนังยาวที่เขากำกับทั้ง 7 เรื่องอย่าง Barking Dogs Never Bite (2000), Memories of Murder (2003), The Host (2006), Mother (2009), Snowpiercer (2013), Okja (2017) และ Parasite (2019) ล้วนได้รับเสียงชื่นชม, มีความโดดเด่นทั้งประเด็นและการนำเสนอ, ปรากฏลายเซ็นของผู้กำกับชัดเจน โดยเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้

จอช คิม ผู้กำกับชาวเกาหลีที่กวาด 19 รางวัล

หนังไทยเจ๋งจริง พี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers – Every Time) ตีแผ่ความเสื่อมจัดของสังคมไทย ภายใต้ระบบไทยๆ ลับลวงแหล ได้อย่างเจ็บแสบผสมลึกซึ้งชวนตรึงใจ ผลงานผู้กำกับชาวเกาหลี จอช คิม เมื่อปีที่แล้ว พี่ชาย My Hero เป็นตัวแทนหนังไทยไปชิงชัยต่อบนเวทีหนังระดับโลก ออสการ์ในสาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม Best Foreign Language Film

ล่าสุดไม่สุดท้าย พี่ชาย My Hero เพิ่งไปคว้ารางวัลขวัญใจคณะกรรมการ จูรี่ ไพรซ์ Jury’s Prize จากเทศกาลหนัง นาราอินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์มเฟสติวัล ที่เมืองนารา ญี่ปุ่น ที่เข้าชิงรอบสุดท้ายอยู่ 8 เรื่อง จากหลายประเทศ อาทิ อิหร่าน, จีน, ฟิลิปปินส์, เยอรมนี, พม่า ฯลฯ ไปกวาดรางวัลรวมมาแล้วทั่วโลก 19 รางวัลจาก 83 เทศกาลหนังทั่วโลก สร้างประวัติศาสตร์สถิติใหม่ ที่น่าปลื้มปริ่มให้หนังไทย กับการกวาดรางวัลอินเตอร์มาครองมากที่สุดของหนังไทยไปแล้ว ณ ตอนนี้!

“จอช คิม เป็นผู้กำกับที่ผมเชื่อว่าเก่งมาก (ยิ้ม) เขาเป็นคนละเอียดและมีวิชั่นที่เป๊ะมากกับหนังเรื่องนี้ เพราะเขาเป็นคนเขียนบทด้วย เขาเป็นคนที่ใจดีมาก ทีมงานทุกคนเลยทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะมีทุนน้อยแต่เชื่อว่าหลายคนก็ทำเพราะจอช คิม สำหรับตัวผมในฐานะนักแสดง ที่ได้รับบทค่อนข้างหนักในเรื่องนี้ การมีผู้กำกับอย่างจอช คิม ที่ทำงานละเอียดและเป็นคนที่น่ารัก ก็ทำให้งานเราง่ายขึ้น เรารู้ว่าเขาต้องการอะไรในแต่ละซีน เพราะเราคุยกันเยอะมาก แต่เขาก็ให้อิสระผมในการแสดงออก ผมเลยมีความสุขในการทำงานกับจอช คิม และมีความสุขกับการได้เล่นในหนังพี่ชาย My Hero เรื่องนี้มากๆ ครับ “

Kim Eun-hee (คิมอึนฮี) นิยามมาตรฐานใหม่ของทีวีซีรีส์เกาหลี

Kim Eun-hee (คิมอึนฮี) นักเขียนหญิงที่ได้รับคำชมจากนักเขียนรุ่นใหญ่ในวงการมากมาย โดยเฉพาะในปี 2016 ที่ผลงานการเขียนบทซีรีส์ Signal ได้รับความนิยมล้นหลาม ทำให้เธอได้รับรางวัล Baeksang Arts Awards สาขาบทซีรีส์ยอดเยี่ยม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ให้คำนิยามมาตรฐานใหม่ของทีวีซีรีส์เกาหลี 

Kingdom' Screenwriter Kim Eun-hee Celebrates Expanding Opportunities -  Variety

คิมอึนฮี นักเขียนหญิงที่ได้รับคำชมจากนักเขียนรุ่นใหญ่ในวงการมากมาย โดยเฉพาะในปี 2016 ที่ผลงานการเขียนบทซีรีส์ Signal ได้รับความนิยมล้นหลาม ทำให้เธอได้รับรางวัล Baeksang Arts Awards สาขาบทซีรีส์ยอดเยี่ยม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ให้คำนิยามมาตรฐานใหม่ของทีวีซีรีส์เกาหลี 

Movies

  • Once in a Summer | Geuhae yeoreum (2006)

Drama Series

  • Kingdom: Ashin of the North | Kingdom: Ashinjeon (Netflix / 2021) *original cartoon & screenplay
  • Jirisan (tvN / 2021)
  • Kingdom Season 2 (Netflix / 2020) *original cartoon & screenplay
  • Kingdom (Netflix / 2019) *original cartoon & screenplay
  • Signal (tvN / 2016)
  • 3 Days | Sseurideizeu (SBS / 2014)
  • Phantom | Yooryung (SBS / 2012)
  • Sign (SBS / 2011)
  • Harvest Villa | Wigiilbal Pongnyeonbilla (tvN / 2010)

Awards

  • Best Screenplay (“Signal”) – 2016 (5th) APAN Star Awards – October 2, 2016
  • Best Screenplay (“Signal”) – 2016 (52nd) BaekSang Arts Awards – June 3, 2016

Na Hong-Jin ผู้กำกับชาวเกาหลีมากฝีมือ

Na Hong-Jin ผู้กำกับชาวเกาหลีมากฝีมือที่ได้รับวัลการันตีฝีมืออย่างมากมาย สำหรับการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Chaser (2008) นาได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Grand Bell Awards และรางวัลภาพยนตร์เกาหลี ภาพยนตร์ติดตามผลของเขาเรื่อง The Yellow Sea (2010) ฉายในหัวข้อ Un Certain Could ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2011 The Wailing (2016) ภาพยนตร์เรื่องที่สามของ Na ยังฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

ชื่อ: Na Hong-Jin
ฮันกึล: 나홍진
วันเกิด: 1974
สถานที่เกิด: เกาหลีใต้

Director

  • The Wailing | Goksung (2016)
  • The Yellow Sea | Hwang Hae (2010)
  • The Chaser (2008)
  • Screenwriter
  • The Wailing | Goksung (2016)
  • The Yellow Sea | Hwang Hae (2010)
  • The Chaser (2008)

Awards

  • “Best Director” (“The Wailing”) 2016 (37th) Blue Dragon Film Awards – November 25, 2016
  • “Best Director” (“The Yellow Sea”) – 2011 (44th) Sitges Film Festival – October 6-16, 2011
  • “Best Director” (“The Yellow Sea”) – 2011 (15th) Puchon International Fantastic Film Festival – July 14-24, 2011
  • “Best New Director” (“The Chaser”) – 2008 (31st) Golden Cinematography Awards – December 23, 2008
  • “Best Director” (“The Chaser”) – 2008 (45th) Grand Bell Awards – June 27, 2008
Interview: 'The Wailing' Director Na Hong-jin On Death, Genre, Religion &  Comedy

Yoo Je-Won

Yoo Je-Won อีกหนึ่งผู้กำกับฝีมือดีอีกหนึ่งคนที่สร้างผลงานที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมากมายเช่นเรื่อง Hi Bye Mama (2020) ที่พึ่งจบไปล่าสุดและได้กระแสตอบรับที่ดีมาก

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ: Yoo Je-Won
ฮันกึล: 유제원
สถานที่เกิด: เกาหลีใต้

ผลงานกำกับ

  • Hi Bye Mama (tvN, 2020)
  • Abyss (tvN, 2019)
  • The Smile Has Left Your Eyes (tvN, 2018)
  • Tomorrow With You (tvN, 2016)
  • Oh My Ghost (tvN, 2015)
  • King of High School Life Conduct (tvN, 2014)
  • Tears of Heaven (MBN, 2014)

Shin Won-ho ผู้กำกับที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย

ชินวอนโฮเป็นผู้กำกับและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชาวเกาหลีใต้ เขาเป็นที่รู้จักในการผลิตและกำกับซีรีส์กวีนิพนธ์ที่ได้รับรางวัล Reply

ชินวอนโฮ (Shin Won-ho) คือผู้กำกับละครโทรทัศน์วัย 45 ปีจากเกาหลีใต้ มีผลงานการกำกับครั้งแรกเมื่อปี 2005 ถ้าว่ากันเรื่องจำนวน ซีรีส์ที่มีชื่อชินวอนโฮอยู่ท้ายเครดิตอาจจะไม่มาก แต่ถ้าให้ไล่เรียงไปทีละเรื่อง ในทุกผลงานของเขาล้วนผ่านจุดที่มีตัวเลขเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลในช่องนั้น หรือเป็นบันไดแจ้งเกิดให้นักแสดงแถวหน้าของเกาหลีใต้ทั้ง ยูยอนซอก (Yoo Yeon-seok) หรือคุณหมออันจองวอนจาก Hospital Playlist พัคโบกอม (Park Bo-Gum) , รยูจุนยอล (Ryu Jun-yol) จาก Reply 1988 และอีกมากมาย

ประวัติ

ชื่อจริง: Won Ho
ชื่อสกุล: ชิน
ชื่อพื้นเมือง: 신원호
หรือเป็นที่รู้จักในนาม: Sin Won Ho
สัญชาติ: เกาหลีใต้
เพศชาย
เกิด: 28 สิงหาคม 2518
อายุ: 45

Director

  • Hospital Playlist 2 | Seulkirowoon Uisasaenghwal 2 (tvN / 2021)
  • Hospital Playlist | Seulkirowoon Uisasaenghwal (tvN / 2020)
  • Prison Playbook | Seulgirowoon Gambbangsaenghwal (tvN / 2017-2018)
  • Reply 1988 | Eungdabhara 1988 (tvN / 2015-2016)
  • Reply 1994 | Eungdabhara 1994 (tvN / 2013)
  • Reply 1997 | Eungdabhara 1997 (tvN / 2012)

Awards

  • 2016 (5th) APAN Star Awards – October 2, 2016
  • Best Director (“Reply 1988”)
  • 2016 (52nd) BaekSang Arts Awards – June 3, 2016
  • Best Director (“Reply 1988”)
Shin Won Ho PD Talks About Possibilities For Next “Reply” Series Drama |  Soompi

Ryoo Seung-Wan (รยู ซึงวาน)

Ryoo Seung-wan เกิดในปี 1973 ใน Onyang ตัวเล็ก ๆ เมืองใน จังหวัดชุงชองใต้ Ryoo ใช้เวลาในวัยเยาว์ของเขาในการสร้างความรู้และความรักในภาพยนตร์แอ็คชั่นสไตล์ฮ่องกงความฝันที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์สักวันเขาประหยัดเงินอาหารกลางวันเป็นเวลาสามปีในช่วงมัธยมต้นเพื่อซื้อกล้องขนาด 8 มม. ซึ่งเขาได้ถ่ายทำหนังสั้น

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ: Ryoo Seung-Wan
ฮันกึล: 류승완
วันเกิด: 15 ธันวาคม 2516
สถานที่เกิด: เกาหลีใต้

Director Movies

  • The Battleship Island | Goonhamdo (2017)
  • Veteran (2015)
  • Mad Sad Bad | Shinchozombimanhwa (2014) – segment “Ghost”
  • The Berlin File | Bereurlin (2013)
  • The Unjust | Budanggeorae (2010)
  • Dachimawa Lee (2008)
  • The City of Violence | Jjakpae (2006)
  • If You Were Me 2 | Daseot gae ui shiseon (2006)
  • Crying Fist | Jumeogi unda (2005)
  • Arahan | Arahan Jangpung Daejakjeon (2004)
  • No Blood No Tears | Pido nunmuldo eobshi (2002)
  • Die Bad | Jukgeona hokeun nabbeugeona (2000)

Short Films

  • Dachimawa Lee (2000)
  • Timeless (2009)

Producer
The City of Violence | Jjakpae (2006)

Kim-Jho Gwang-Soo

คิมกวังซู เกิดที่ เขตซองบุก , โซล เขา ยอมรับรสนิยมทางเพศของเขา ในปี 2006 และเปลี่ยนชื่อเป็น Kim Jho Gwang-soo ตามกฎหมาย Kim-Jho เป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์เกย์ที่เปิดเผยไม่กี่คนของเกาหลีใต้และมีส่วนร่วมในการผลิตผลงานหลายเรื่องด้วยหัวข้อ LGBT

South Korean filmmaker Kim Jho Gwang-soo announces symbolic gay 'wedding' |  South China Morning Post

เขาร่วมงานกับผู้กำกับ ลีซองฮีอิล เพื่อผลิตภาพยนตร์ปี 2006 No Regret ถือเป็น “ภาพยนตร์เกย์เรื่องแรกของเกาหลี” ในปี 2008 เขากำกับและเขียนบทภาพยนตร์สั้นเรื่อง เรื่องแรก , Boy Meets Boy รวมถึงผลงานติดตามอีกสองเรื่อง ได้แก่ Just Friends? (2009) และ LOVE, 100 ° C (2010) ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของเขาเรื่อง Two Weddings and a Funeral เปิดตัวในปี 2012

Kim Jho จัดพิธีแต่งงานแบบไม่ถูกกฎหมายร่วมกับ David ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ คิมซึงฮวาน (หุ้นส่วนของเขาตั้งแต่ปี 2547) ในโซลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2013 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศที่ไม่ยอมรับการแต่งงานของเพศเดียวกัน การเตรียมงานแต่งงานและพิธีของพวกเขานั้นเป็นเรื่องของสารคดี ของจางฮี – ซันปี 2015 My Fair Wedding

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ: Kim-Jho Gwang-Soo
ฮันกึล: 김조광수
เกิด: 1965
สถานที่เกิด: เกาหลีใต้

ผลงานทั้งหมด

Director

  • One Night Only | Wonnait Onri (2014)
  • Two Weddings And a Funeral | Du Bunui Gyulhonsikgwa Han Bunui Jangryesik (2012)
  • Be With Me | Gwi (2010) – segment “Tell Me Your Name” (prologue/epilogue)

Short Films

  • Just Friends? | Chingu sai?]] (2009)
  • Boy Meets Boy | Sonyeon, Sonyeoleul Mannada (2008)

Producer

  • Be With Me | Gwi (2010) – segment “Tell Me Your Name” (prologue/epilogue)
  • Milky Way Liberation Front | Eunhahae bangjeonseon (2007)
  • Boys of Tomorrow | Woo-ri-e-ge Nae-il-eun Up-da (2007)
  • Old Miss Diary | Oldeumiseu Daieori Geukjangpan (2006)
  • No Regret | Huhwihaji anha (2006)
  • The Red Shoes | Bunhongsin (2005)
  • Jealousy Is My Middle Name | Jiltuneun naui him (2003)
  • Wanee and Junah | Wanee wa Junah (2001)
  • Screenwriter
  • Be With Me | Gwi (2010) – segment “Tell Me Your Name” (prologue/epilogue)

Short Films

Boy Meets Boy | Sonyeon, Sonyeoleul Mannada (2008)

อีชุงฮยอน ผู้กำกับสุดหล่อที่ติดอันดับคำค้นหาเรียลไทม์

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง ‘Call’ ที่กำลังจะเข้าฉาย ภายในงานมีคนดังเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้กำกับหนุ่ม อีชุงฮยอน นักแสดงนำในเรื่องไม่ว่าจะเป็น นางเอกสาว พัคชินฮเย , อีเอล และอีกมากมาย

ทันทีที่ภาพในงานแถลงข่าวของผู้กำกับหนุ่มถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมในความหล่อเหลาของเขา ทั้งยังมีบางส่วนที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นนักแสดงนำคู่กับพัคชินฮเยอีกด้วย เนื่องจากเขาเกิดปี 1990 ซึ่งเป็นปีเกิดปีเดียวกับนางเอกสาวนั่นเอง

 ออร่าพุ่ง! ผู้กำกับหนังเกาหลี อีชุงฮยอน หล่องานดี บอกว่าเป็นพระเอกก็เชื่อ

หลังจากภาพจากงานแถลงข่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อเพียงไม่นาน ชื่อของผู้กำกับ อีชุงฮยอน ก็ติดอันดับคำค้นหาเรียลไทม์บนเว็บไซต์ Naver ภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เพียงแค่ชาวเน็ตจะต่างตื่นตาในภาพลักษณ์ที่หล่อเหลาราวกับเป็นนักแสดง หรือ ไอดอล ของ ผู้กำกับหนุ่มอีชุงฮยอน เท่านั้น แม้กระทั่งสำนักข่าวในเกาหลีเอง ก็ต่างพาดหัวข่าวและลงรูปผู้กำกับในสัดส่วนที่เยอะไม่แพ้นักแสดง พร้อมแซวความหล่อเหลาของผู้กำกับหนุ่ม อาทิ ‘ผู้กำกับอีชุงฮยอน คุณเป็นผู้กำกับเหรอ? คุณเป็นนักแสดงหรือเปล่า?’ , ‘ไม่ใช่ไอดอลหรอกเหรอ? แพ้ความหนุ่มดอกไม้ ของผู้กำกับ Call อีชุงฮยอน’ , ‘อีชุงฮยอน ผู้กำกับ Call ไม่ใช่นักแสดง แต่เป็นผู้กำกับ’