ผู้กำกับ จิระ มะลิกุล หรือ ‘พี่เก้ง’

 ‘จิระ มะลิกุล’ หรือ ‘พี่เก้ง’ ผู้กำกับรุ่นใหญ่แห่งค่าย GDH เป็นดั่งมาสเตอร์ ในวันวัยที่ยังไม่ได้กำกับ 15 ค่ำ เดือน 11 มหา’ลัยเหมืองแร่ รัก 7 ปี ดี 7 หน และพรจากฟ้า มาสเตอร์คนนี้ก็มีภาพยนตร์ที่เป็นเหมือนครูของตัวเองเช่นกัน

a day ทำฉบับ Meet the Master ทั้งที เราจึงใช้โอกาสนี้ขอให้พี่เก้งแนะนำหนัง 5 เรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจของเขา ตั้งแต่เรื่องที่สอนวิชาเขียนบท 101 สอนวิธีตัดต่อหนังแบบมืออาชีพ ไปจนถึงเรื่องที่แนะนำหัวใจของการเป็นผู้กำกับที่ดี กระทั่งเขาได้กลายเป็นตัวอย่างของคนทำหนังหลายคนในวันนี้

A Passage to India (2527)

“หนังเรื่องนี้พูดถึงอินเดียในยุคที่อังกฤษปกครอง เขาเก่งมากตรงที่เล่าเรื่องยากๆ ให้ง่ายและสนุก ในเรื่องจะเห็นได้ชัดว่ามีคนตะวันตกที่ยังเป็นตะวันตก คนตะวันตกที่อยากเป็นตะวันออก คนตะวันออกที่ยังเป็นตะวันออก และคนตะวันออกที่อยากเป็นตะวันตก

“พอมาวิเคราะห์ทีหลังผมถึงรู้ว่ามันเป็นต้นตอความคิดที่ทำให้ผมทำ 15 ค่ำ เดือน 11 คือในเรื่องมีคนอีสานที่เชื่อในเทคโนโลยี คนอีสานที่ยังเชื่อในความเชื่อ นักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในเทคโนโลยี และนักวิทยาศาสตร์ที่ยินดีกับความเชื่อ แม้จะไม่ชัดมากแต่ก็เห็นว่ามันมีอิทธิพลต่อการเขียนตัวละครของเราเหมือนกัน”

Cinema Paradiso (2531)

“director’s cut ของหนังเรื่องนี้ให้บทเรียนกับผมเยอะมาก เพราะมันยาวกว่าเวอร์ชั่นที่ฉายจริง 30 นาที เล่าเรื่องความรักของพระเอกตอนโตซึ่งผมเดาว่าโปรดิวเซอร์คงตัดออกเพราะเส้นเรื่องทำให้โฟกัสของเรื่องเฉออกไปจากเรื่องหลักคือโรงหนัง พอทำหนังเองผมพบว่าในวินาทีสุดท้าย ถ้าเราเอาตัวออกมาเป็นคนนอกและโฟกัสมัน หนังจะเฉียบคมมาก

Cinema Paradiso เวอร์ชั่นที่ออกฉายนั้นดีกว่า director’s cut จริงๆ และผมรับรองได้ว่าหนังของ GDH ทุกเรื่อง เวอร์ชั่นที่ฉายจริงดีกว่า director’s cut หมดเลย”

Otoko wa Tsurai yo (2512–2538)

“เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ชุดเล่าเรื่องของ Tora-san ผู้ชายที่เร่ร่อนไปทั่วประเทศ แต่ละตอนเขาจะไปพัวพันกับผู้หญิงเพราะเขามีเสน่ห์และใจดี เป็นหนังที่จริงใจมาก ไม่มีความเท่ ความนิ่ง ไม่มีผู้ร้าย แต่เล่าเรื่องความสุขของชีวิตชนบท ความสุขของคนที่มีญาติ เป็นความ emotional แบบคนเอเชีย เอาเข้าจริงหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นต้นกำเนิดของคำว่าฟีลกู้ดโดยที่ผมไม่รู้ตัวก็ได้นะ”

มือปืน (2526)

“หนังของท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) ผมทึ่งตรงที่หนังไทยสมัยนั้น ถ้าว่ากันด้วยเรื่องดราม่ามันก็จะเป็นหนังผัวเมีย หนังบู๊มันก็จะใส่แจ็กเก็ตยีนส์ยิงกัน แต่เรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชั่นใส่ดราม่าที่ดีมาก ผมชอบสุดๆ

“ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของท่านมุ้ย ท่านบอกว่าหนังจะประสบความสำเร็จได้จากหัวใจ 4 ห้อง คือการเขียนบท การกำกับ การตัดต่อ และการถ่ายภาพ ยิ่งผู้กำกับกุมหัวใจ 4 ห้องได้มากเท่าไหร่หนังยิ่งดีเท่านั้น อ่านแล้วก็รู้สึกว่าท่านมุ้ยพูดถึงตัวเองเลยนี่นา เพราะหนังเรื่องนี้สมบูรณ์มาก มันมีอิทธิพลกับผมมาก เวลาทำหนังหรือเลือกทีมงานผมจะเน้นหัวใจ 4 ห้องนี้มากเลย”

Witness (2528)

Witness เป็นเรื่องของเด็กชาวอามิชที่เข้านิวยอร์กไปเห็นการฆาตกรรมเลยโดนคนร้ายหมายหัว พระเอกเป็นตำรวจที่ทำคดีนี้จึงต้องช่วยพาเด็กกลับเข้าหมู่บ้านอามิชซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรมที่เคร่งครัด ไม่พึ่งเทคโนโลยี ไม่ติดต่อโลกภายนอก ฉากหนึ่งที่ผมชอบคือตอนพระเอกซ่อมรถ วิทยุในรถมันดังขึ้นมา เขาดีใจมากจนจับนางเอกเต้นไปกับเพลงทั้งๆ ที่ชาวอามิชห้ามฟังเพลง เวลาดูถึงฉากนี้มันจึงเหมือนจังหวะที่โลกที่มีการสื่อสารกับไม่มีการสื่อสารได้มาเจอกันในรสชาติแปลกๆ ผมรู้สึกว่ามันเป็นโลกที่น่าสนใจ

“หนังเรื่องนี้คงฝังใจผมมาก พอได้อ่านเรื่องครูสามารถที่สอนในเรือนแพและไม่มีโทรศัพท์มือถือผมก็ชอบมากจนทำเป็นหนังเรื่อง คิดถึงวิทยา

สตีเวน แอนดรูว์ โซเดอเบิร์ก

สตีเวน แอนดรูว์ โซเดอเบิร์ก  เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ นักเขียนบท ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ และนักแสดงชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงมาก เป็นผู้บุกเบิกวงการภาพยนตร์อิสระผลงานภาพยนตร์ของเขาทำรายได้ทั่วโลกรวมกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเขาเคยถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัลออสการ์มากถึง 9 ครั้ง แต่ได้รับรางวัลเพียง 7 ครั้ง

66ème Festival de Venise (Mostra)

ประวัติจอร์จ ลูคัส

จอร์จ วอลตัน ลูคัส จูเนียร์ เกิด 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1944) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้เขียนบทภาพยนตร์ ชาวอเมริกัน มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์ชุดมหากาพย์สตาร์ วอร์ส และอินเดียน่า โจนส์ อีกทั้งเป็นหนึ่งในบรรดาผู้กำกับและผู้ผลิตที่ประสบผลสำเร็จทางธุรกิจอุตสาหกรรมทางภาพยนตร์ โดยมีผลกำไรสุทธิที่ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ. 2010

ประวัติ

จอร์จ ลูคัสเคยฝันอยากเป็นนักขับรถแข่ง แต่พอประสบอุบัติเหตุหลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยม ต่อจากนั้นได้เข้าเรียนในโรงเรียนสอนทำหนังของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และในฐานะนักเรียนหนัง เขาผลิตภาพยนตร์สั้นมาหลายเรื่องรวมทั้ง THX-1138: 4EB (Electronic Labyinth) ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังนักเรียนแห่งชาติเป็นครั้งแรกในปี 1967-68

และในปี 67 นั้น เขายังได้รับทุนการศึกษาจากทางวอร์เนอร์ บราเธอร์ส เพื่อให้เข้ามาสังเกตการณ์ในกองถ่ายหนังของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา เรื่อง Finian’s Rainbow ทั้งคู่สนิทสนมกันจนร่วมกันจัดตั้งบริษัท อเมริกัน โซโทรป ในปี 1969 และลูคัสก็ส่ง THX-1138 ฉบับภาพยนตร์ยาวออกสู่สายตาประชาชน จากนั้นไม่นานคอปโปลาก็มีผลงานเรื่อง The Godfather ที่เป็นที่รู้จัก ลูคัสแยกมาตั้งบริษัทของตัวเองในชื่อ ลูคัสฟิล์ม จำกัด

ปี 1973 หนังกึ่งอัตชีวประวัติเรื่อง American Graffiti ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลลูกโลกทองคำและเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 5 สาขา และด้วยความสำเร็จในครั้งนี้นี่เอง เป็นแรงผลักดันให้เขาเขียนบทหนังสงครามอวกาศซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก แฟลช กอร์ดอน และหนังเรื่อง Planet of the Apes จนออกมาเป็นสตาร์ วอร์ส ในปี 1977 และเขายังก่อตั้ง บริษัท ไอแอลเอ็ม (ILM-Industrial Light & Magic) ผลิตงานด้านวิชวลเอฟเฟ็กต์ซึ่งเป็นส่วนที่จำเป็นของหนัง รวมทั้งยังมีการตั้งบริษัท สปร็อกเก็ต ซิสเต็มส์ ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับและมิกซ์เสียง จนต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในนาม สกายวอล์กเกอร์ ซาวนด์

แต่หนังของเขาถูกสตูดิโอหลายเจ้าปฏิเสธจนท้ายที่สุด ค่ายทเวนตีเซ็นจูรีฟ็อกซ์ จึงหยิบยื่นโอกาสให้ ลูคัสยอมไม่รับค่าจ้างจากการกำกับหนังเรื่องนี้ แต่ขอส่วนแบ่งจากบ็อกซ์ออฟฟิซ 40% และสิทธิในการจัดจำหน่ายสินค้าของหนังเป็นข้อแลกเปลี่ยน และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สถิติของบ็อกซ์ออฟฟิศ และรับออสการ์ให้หนังถึง 7 สาขาด้วยกัน (แต่ไม่มีให้ตัวเอง) พร้อมทั้งก่อให้เกิดคำว่า blockbuster หรือหนังฟอร์มยักษ์ทำเงินถล่มทลาย ขึ้นมาด้วย

ในช่วงเวลาพัก ลูคัสก็ทำสตาร์ วอร์สภาคต่อทันที เคียงข้างไปกับการจับมือ สตีเฟน สปิลเบิร์ก สร้างสรรค์ซีรีส์การผจญภัยของ อินเดียนา โจนส์ ขึ้นมาซึ่งก็ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศ ไปอีกครั้ง จากนั้นปี 1980-1985 ลูคัสก็ง่วนอยู่กับการสร้างกิ่งก้านสาขาให้กับสกายวอล์กเกอร์ ทั้งในเรื่องของการเพิ่มฝ่ายครีเอทีฟ ฝ่ายเทคนิคและการจัดการบริหารซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อลูคัสฟิล์มทั้งสิ้น

นอกจากนี้ลูคัสยังเป็นผู้วิวัฒนาการให้โรงหนังเกิดระบบ THX ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อคงคุณภาพมาตรฐานสูงสุดของเสียงในการฉายภาพยนตร์ ทั้งยังสร้างหนังใหญ่ยักษ์ให้วงการอีกมากมาย พร้อมทั้งขึ้นเป็นประธานบอร์ดกองทุนเพื่อการศึกษา เดอะจอร์จ ลูคัสเอดดูวเคชันแนลฟาวเดชัน (The George Lucas Educational Foundation) อีกด้วย

ในปี 1992 จอร์จ ลูคัส ได้รับรางวัล ไอร์วิง จี ธัลเบิร์ก ซึ่งตัดสินโดยบอร์ดบริหารของทางสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์การภาพยนตร์ผู้ทำการมอบรางวัลออสการ์ ให้กับคนในวงการภาพยนตร์ สำหรับการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตลอดชีวิตของเขานั่นเอง

ผู้กำกับเพ็ชรทาย

เพ็ชรทายเกิดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2508 ที่อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เป็นคนกลาง มีน้องสาวซึ่งเป็นอดีตนักแสดงตลก แวว จ๊กมก ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16-17 ปี มาทำงานอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งของ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เป็นวงแรก โดยเริ่มทำงานในตำแหน่งคอนวอย (เด็กยกของ) ก่อนจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหางเครื่อง และตลกตามลำดับ หลังจากนั้นเพ็ชรทายได้ย้ายไปทำงานกับวงดนตรีลูกทุ่งหลายวง เช่น เกรียงไกร กรุงสยาม, โชคชัย โชคอนันต์, ศิรินทรา นิยากร และ สุพรรณ สันติชัย หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจรวมตัวกับเพื่อนศิลปินตลกตั้งตลกคณะเก้ายอดขึ้น ก่อนที่ในที่สุดจะได้รับการชักชวนให้มาเล่นตลกในคณะ เทพ โพธิ์งาม ทำให้เขาแสดงตลกร่วมกับคณะเทพ โพธิ์งามมาตลอด โดยใช้ชื่อขณะนั้นว่า “หม่ำ สปาเก็ตตี้” ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “หม่ำ จ๊กม๊ก” โดยรับหน้าที่เป็นตัวประกอบรับมุกในคณะของ เทพ โพธิ์งาม จนเขาเริ่มดังเป็นที่รู้จัก เทพ โพธิ์งาม เห็นถึงโอกาสของเขาที่จะโด่งดังขึ้นในอนาคต จึงแนะนำให้เขาออกจากคณะ เพื่อไปตั้งคณะตลกเป็นของตนเอง โดยเขาได้ออกไปตั้งคณะให้ชื่อว่า คณะหม่ำ จ๊กมก โดยมีสมาชิกคนสำคัญ เช่น จาตุรงค์ มกจ๊ก , หยอง ลูกหยี , แวววาว จ๊กมก , อาแปะ จ๊กมก , เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ชะชะช่า เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2535 เพ็ชรทายได้รับการชักชวนจาก ปัญญา นิรันดร์กุล ให้มาร่วมทำงานกับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ โดยได้มาทำหน้าที่เป็นตัวปริศนาในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ในช่วงชิงบ๊วยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เขาก็ทำงานร่วมกับเวิร์คพอยท์มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ผลงานสำคัญของเพ็ชรทายในฐานะพิธีกรรายการเกมโชว์ต่าง ๆ ของเวิร์คพอยท์ เช่น เวทีทอง, ระเบิดเถิดเทิง เป็นต้น นอกจากนี้ เคยมีผลงานเพลงแนวลูกทุ่งหมอลำมาแล้วด้วยโดยเพลงดังคือเพลง เฮดจังได๋ เพ็ชรทายเพ็ชรทายเพ็ชรทาย และในปี พ.ศ. 2561 เขาได้เป็นประธานสโมสรฟุตบอลยโสธร เอฟซี ในไทยลีก 3 อีกด้วย

ปัจจุบันเพ็ชรทายเป็นเจ้าของ บริษัท บั้งไฟ ฟิล์ม จำกัด ผลิตภาพยนตร์ ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่องบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม และ แหยม ยโสธร ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท และเป็นเจ้าของ บริษัท บั้งไฟ สตูดิโอ จำกัด ผลิตรายการโทรทัศน์ ได้แก่ รายการบิ๊กหม่ำ และละคร แฟกทอรีที่รัก พร้อมกับยังรับงานแสดงอยู่และทำธุรกิจร้านอาหารอีสาน

ผู้กำกับ โจว ซวิ่น

โจว ซวิ่น  นักแสดงและนักร้องหญิงชาวจีน ได้รับการขนานนามให้เป็น “สี่นักแสดงหญิงรุ่นเยาว์แห่งจีน แห่งต้นปี ค.ศ. 2000 ซึ่งประกอบไปด้วย โจว ซวิ่น, เจ้า เวย, จาง จื่ออี๋ และสฺวี่ จิงเล่ยโจว ซวิ่น เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1974 ที่เมืองกูโจว ในมณฑลเจ้อเจียง มีความสูง 160 เซนติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม กรุ๊ปเลือดโอ

โจว ซวิ่น มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง จบการศึกษาจากสถาบันศิลปะเจ้อเจียงโดยที่ทั้งพ่อและแม่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากอยากให้ลูกสาวได้เรียนจบมหาวิทยาลัยมากกว่า แต่เธอก็ต่อสู้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการและทำให้พ่อแม่ยอมรับได้ในที่สุด

เธอเริ่มมีบทบาทการแสดงจากการรับตัวประกอบเล็ก ๆ ในปี ค.ศ. 1991 จนกระทั่งได้มีโอกาสแสดงในภาพยนตร์ใหญ่เรื่องแรก Strange Tales Amongst Old and Desolate Tombs ในปี ค.ศ. 1996 ต่อจากนั้นก็ได้แสดงอีกหลายเรื่อง เช่น Temptress Moon ในปี ค.ศ. 1996 และ The Emperor and the Assassin ในปี ค.ศ. 1999 ของผู้กำกับ เฉิน ข่ายเกอ

โจว ซวิ่น เป็นที่รู้จักมากขึ้นและเป็นที่จดจำจากการรับบท อึ้งย้ง จากซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง มังกรหยก ในปี ค.ศ. 2003 ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นซีรีส์ที่มีคนจีนติดตามดูมากที่สุดแห่งปี 2003

ผลงานเรื่องอื่น ๆ ก็ได้แก่ Perhaps Love ภาพยนตร์เพลงของปีเตอร์ ชาน ในปี ค.ศ. 2006, Ming Ming ในปีเดียวกัน, The Banquet ซึ่งเธอได้ร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย จากความสำเร็จในเรื่อง Perhaps Love ผลงานก่อนหน้านี้

ผลงานในปัจจุบัน ได้แก่ Painted Skin ในปี ค.ศ. 2008, Confucius, True Legend ในปี ค.ศ. 2010, The Flying Swords of Dragon Gate ในปี ค.ศ. 2011, The Great Magician ในปี ค.ศ. 2012 และ Red Sorghum – ตำนานรักทุ่งสีเพลิง ในปี ค.ศ. 2014 ‘ ‘ หรูอี้จ้วน|Ruyi’s Royal love in the palace ในปี2018

ผู้กำกับฮอลลีวูด คริสโตเฟอร์ โนแลน

คริสโตเฟอร์ เอ็ดเวิร์ด โนแลน  เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1970 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์นักเขียนบทและผู้อำนวยการสร้างชาวอังกฤษ-อเมริกัน เขามีชื่อเสียงจากการกำกับหนังแนวจิตวิทยา-ระทึกขวัญเรื่อง ภาพหลอนซ่อนรอยมรณะ และในภาพยนตร์ แบทแมน บีกินส์แบทแมน อัศวินรัตติกาล และ แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เขามักจะร่วมงานกับงานกับน้องชายของเขาที่เป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ ที่ชื่อ โจนาธาน โนแลน และร่วมงานกับนักแสดงอย่าง คริสเตียน เบล และไมเคิล เคน โนแลนก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่ชื่อ ซินก็อปปี้ฟิมส์ และเขายังถือสองสัญชาติคือสัญชาติอังกฤษและอเมริกัน รายได้จากการกำกับภาพยนตร์ของเขารวมมากกว่า 5,072 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เขาอยู่อันดับที่ 7 จากผู้กำกับที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก

บัณฑิต ทองดี (อ๊อด)

ประวัติ

บัณฑิต ทองดี หรือ อ๊อด เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นักเขียนบทภาพยนตร์ และ ผู้ควบคุมการสร้าง มีสโลแกนส่วนตัวคือ “เล่นเอง กำกับเอง” อ๊อดจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อปี 2536 เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยการเป็น ผู้ช่วยครีเอทีฟ ฝ่ายมิวสิกวิดีโอ บริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น และต่อมาเลื่อนเป็น ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ ต่อจากนั้นได้ย้ายจากอาร์เอสฯ มายังบริษัทบาแรมยู ในเครือ แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เป็นหัวหน้าส่วนโปรดักชั่น ฝ่ายมิวสิกวิดีโอ

ผู้กำกับ David Fincher จาก Alien 3

ประวัติย่อ

เดวิด ฟินเชอร์ เริ่มงานการกำกับการแสดงเป็นเรื่องแรกในปี 1992 จากภาพยนตร์เรื่อง Alien 3 ในปี 1995 เขากำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Se7ven ซึ่งเป็นภาพยนตร์ดราม่าอาชญากรรมของสองนักสืบ (แสดงโดย แบรด พิตต์และมอร์แกน ฟรีแมน) สืบหาฆาตกรต่อเนื่องซึ่งมีเงื่อนงำการฆ่ามาจากบาปทั้งเจ็ด ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้มากกว่า 325 ล้านเหรียญจากทั่วโลกและหลักความคิดชื่อเรื่องและฉากของเรื่องเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ในอีกหลายปีตามมา

เรียกได้ว่าเก๋าฝีมือ มากประสบการณ์กันเลยทีเดียว สำหรับผู้กำกับชาวอเมริกัน เดวิด ฟินเชอร์ คนนี้ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในวงการภาพยนตร์แทบจะทุกเรื่องที่เขากำกับ ซึ่งผลงานที่โดดเด่นก็มี Alien 3, Seven, Fight Club, The Curious Case Of Benjamin Button, The Social Network และผลงานล่าสุดที่สร้างปรากฎการณ์ของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด นั่นก็คือเรื่อง Gone Girl นำแสดงโดย เบน แอฟเฟล็ก นั่นเอง

J.J. Abrams (เจ.เจ. อับรามส์)

เจเจ อับรามส์เกิดในนิวยอร์ก และเติบโตในลอสแอนเจลิส เขาเริ่มต้นเข้าวงการด้วยการร่วมเขียนบทให้กับภาพยนตร์เรื่อง Taking Care of Business ติดตามมาด้วยภาพยนตร์เรื่อง Regarding Henry ที่นำแสดงโดยแฮร์ริสัน ฟอร์ด และ Forever Young ที่นำแสดงโดยเมล กิ๊บสัน หลังจากนั้น อับรามส์ได้ร่วมงานกับผู้อำนวยการสร้างคนดัง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ และผู้กำกับไมเคิล เบย์ ในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ประจำซัมเมอร์ ปี 1998 เรื่อง Armageddon ในปี 2001 เขาร่วมเขียนบทและอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Joy Ride และในปี 2006 อับรามส์ประเดิมงานกำกับชิ้นแรกด้วยภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible III ซึ่งนำแสดงโดยทอม ครูซ และในปี 2008 เขาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหารให้กับภาพยนตร์เรื่อง Cloverfield

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือที่นิยมเรียกกันว่า หม่อมน้อย (แท้จริงแล้วต้องเรียกว่า คุณน้อย) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2496 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครโทรทัศน์ และละครเวทีที่มีผลงานโดดเด่นแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคนหนึ่งของประเทศไทย ทั้งยังเป็นผู้เขียนบทและอาจารย์สอนวิชากำกับการแสดงและการแสดงในระดับสากล

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล เป็นบุตรของหม่อมราชวงศ์ชนาญวัต เทวกุล (โอรสในหม่อมเจ้าสุทธาสิโนทัย เทวกุล) กับนางภักดี เทวกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม สมรรคะบุตร) โดยหม่อมน้อยเป็นพระปนัดดา (เหลน) ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ และหม่อมใหญ่ เทวกุล ณ อยุธยา ทางหม่อมเจ้าสุธาสิโนทัย เทวกุล (พระอนุชาในหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระอัยกีใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ผู้เป็นท่านปู่

หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพมีผลงานเรื่องแรกคือ เพลิงพิศวาส ของ สหมงคลฟิล์ม ที่ได้สร้างชื่อให้แก่ สินจัย เปล่งพานิช และในอีก 26 ปีต่อมา หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพได้กลับมาร่วมงานกับสหมงคลฟิล์มอีกครั้งในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย

กำกับภาพยนตร์

  • เพลิงพิศวาส (2527)
  • ช่างมันฉันไม่แคร์ (2529)
  • ฉันผู้ชายนะยะ (2530)
  • นางนวล (2530) 
  • เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย (2532)
  • ความรักไม่มีชื่อ (2533)
  • มหัศจรรย์แห่งรัก (2538)
  • อันดากับฟ้าใส (2540)
  • ชั่วฟ้าดินสลาย (2553)
  • อุโมงค์ผาเมือง (2554) 
  • จัน ดารา ปฐมบท (2555)
  • จัน ดารา ปัจฉิมบท (2556)
  • แผลเก่า (2557)
  • แม่เบี้ย (2558)

ละคร

  • เทพธิดาบาร์ 21 (มินิซีรีส์ 2533)
  • ช่างมันฉันไม่แคร์ (2536)
  • แผ่นดินของเรา (2539)
  • ซอยปรารถนา 2500 (2541)
  • ปีกทอง (2542)
  • ลูกทาส (2544)
  • คนเริงเมือง (2545)
  • ทะเลฤๅอิ่ม (2546)
  • สี่แผ่นดิน (2546)
  • ในฝัน (2549)
  • ศรีอโยธยา (2560)

ละครเวที

  • ALL MY SON (2517)  – แสดงที่หอประชุม A.U.A
  • บัลเลต์พระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” (2518) – แสดงที่โรงละครแห่งชาติ
  • The Lower Depths (2517, 2518)  – แสดงที่โรงละครคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และโรงละครแห่งชาติ
  • IMPROMPTU (2520) – แสดงที่สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน
  • LES MALENTANDU (2524) – แสดงที่หอประชุมคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • เทพธิดาบาร์ 21 (2529) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ONE FLEW OVER THE CUCKOO’S NEST (2530) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ผู้แพ้ผู้ชนะ (2532) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • พรายน้ำ (2533) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ราโชมอน (2534) – แสดงที่โรงละครมณเทียรทอง
  • ปรัชญาชีวิต (2531-2533) – แสดงที่ตึกร้าง บ.แปลนอคิวเท็ก, เชียงใหม่ สปอร์ตคลับ, ม.ขอนแก่น
  • พระผู้เป็นดวงใจ ของโรงเรียนสวนจิตรลดา (2529) – แสดงที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ
  • แฮมเล็ต เดอะ มิวสิเคิล (2538) – แสดงที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ

ผลงานกำกับภาพยนตร์ของหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพได้รับรางวัลหลายเรื่อง เช่น เพลิงพิศวาส (2527), ช่างมันฉันไม่แคร์ (2529), ฉันผู้ชายนะยะ (2530), นางนวล (2530), เผื่อใจไว้ให้กันสักหน่อย (2532), ความรักไม่มีชื่อ (2533), มหัศจรรย์แห่งรัก (2538) และ อันดากับฟ้าใส (2540)