Month: February 2021

ผู้กำกับ อนุชา บุญยวรรธนะ
ประวัติย่อ อนุชา บุญยวรรธนะ ชื่อเล่น นุชี่ เป็นผู้กำกับชาวไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) และทำภาพยนตร์วิทยานิพนธ์เรื่อง “ตามสายน้ำ” และได้รับรางวัลวิจิตรมาตรา จาก Thai Short Film and Video Festival และรางวัล Young Thai Artist Award และยังได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ในเอเชียและยุโรป เช่น Hong Kong Independent Short Film and Video Award อีกด้วย
ผู้กำกับ ชินวอนโฮ (Shin Won-ho)
ชินวอนโฮ (Shin Won-ho) คือผู้กำกับละครโทรทัศน์วัย 45 ปีจากเกาหลีใต้ มีผลงานการกำกับครั้งแรกเมื่อปี 2005 ถ้าว่ากันเรื่องจำนวน ซีรีส์ที่มีชื่อชินวอนโฮอยู่ท้ายเครดิตอาจจะไม่มาก แต่ถ้าให้ไล่เรียงไปทีละเรื่อง ในทุกผลงานของเขาล้วนผ่านจุดที่มีตัวเลขเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลในช่องนั้น หรือเป็นบันไดแจ้งเกิดให้นักแสดงแถวหน้าของเกาหลีใต้ทั้ง ยูยอนซอก (Yoo Yeon-seok) หรือคุณหมออันจองวอนจาก Hospital Playlist พัคโบกอม (Park Bo-Gum) , รยูจุนยอล (Ryu Jun-yol) จาก Reply 1988 และอีกมากมาย ผลงานการกำกับของชินวอนโฮและทีมดีงามกว่าซีรีส์เกาหลีเรื่องอื่นๆ ยังไง เราเองในฐานะคนที่ศึกษาดูใจและใช้เวลากว่า 128 ชั่วโมง หรือ 7,680 นาที (โดยประมาณ) ไปกับการดูซีรีส์ของผู้กำกับคนนี้ ขออธิบายอย่างง่ายให้ฟังว่า ก่อนการเริ่มต้นดูซีรีส์เกาหลีหรือละครทีวีสักเรื่อง คุณอาจจะเริ่มจากมองหาเรื่องที่เล่าประเด็นอย่างความสัมพันธ์ มิตรภาพ ครอบครัว สะท้อนชีวิต เจาะลึกอาชีพ หรือซีรีส์ที่ตีแผ่อีกด้านของสังคม แต่ทีมผู้สร้างทั่วไปมักเลือกหยิบมาสื่อสารทีละ 1, 2 หรือมากสุดก็ 3 อย่างในเรื่องเดียว และถ้าผลงานนั้นประสบความสำเร็จ แผนการผลิตภาคต่อก็อาจจะเกิดขึ้น  แต่เชื่อหรือไม่ว่า ชินวอนโฮและทีมงานรวบรวมประเด็นสื่อสารมากมายที่จะตอบโจทย์คนดูได้ทั้งหมดเอาไว้ในซีรีส์เรื่องเดียว และยังมีอีกหลายครั้งที่เขาบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้จะมีภาคต่อ ทั้งที่ยังไม่ได้วางตัวนักแสดงหรือยังไม่ได้ออกอากาศด้วยซ้ำ ส่วนวิธีทำซีรีส์ภาคต่อของเขาก็น่าสนใจ ไม่ใช่ว่าการมีภาค 2 จะทำให้เขากั๊กจุดพีกเอาไว้เล่าในคราวต่อไป เพราะชินวอนโฮใส่เรื่องเหล่านั้นแบบไม่ยั้งไว้ตั้งแต่ภาคแรก […]
บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ พี่มาก..พระโขนง
บรรจง ปิสัญธนะกูลหรือ โต้ง เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณที่เขาร่วมงานกับภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ซึ่งเป็นผลงานที่แจ้งเกิดบรรจงในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญหน้าใหม่ของไทยเนื่องภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณทำรายได้มากถึง 120 ล้านบาท ทำให้บรรจงและภาคภูมิก้าวสู่วงการหนังสยองขวัญอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นบรรจงได้มีภาพยนตร์สยองขัวญอีกมากมายที่เขาร่วมกำกับได้แก่ แฝด สี่แพร่งตอนคนกลาง ห้าแพร่งตอนคนกอง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนทำรายได้มากมายทั้งสิ้น ประวัติ บรรจง ปิสัญธนะกูล จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง หลังจากนั้นบรรจงได้ทำงานในเป็นครีเอฟของรายการTeen Talk ภายหลังบรรจงได้เริ่มงานกำกับโดยเขาได้ทำงานกำกับโฆษณาและได้มีผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่อง Color Blind หลังจากนั้นบรรจงได้ก้าวสู่อาชีพผู้กำกับอย่างเต็มตัวโดยการกำกับภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณซึ่งเขาร่วมกำกับกับภาคภูมิ วงศ์ภูมิซึ่งในภาพยนตร์สร้างกระแสและทำรายได้เป็นประวัติกาล และทำให้ภาพผีขี่คอยังติดตาคนดูหลายคนและมีหนังหลายเรื่องนำไปล้อเลียนอีกด้วย เช่น บุปผาราตรี 3.1 เป็นต้น หลังจากความสำเร็จของชัตเตอร์ บรรจงและภาคภูมิได้รับการชื่นชมและได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถขายได้ในหลายประเทศนอกจากนั้นยังได้มีคนซื้อลิขสิทธิไปรีเมคเป็นจำนวนมากรวมถึงฮอลลีวู้ดด้วย หลังจากนั้นบรรจงได้มีผลงานกำกับเรื่องใหม่นั่นก็คือ แฝดภาพยนตร์สยองขัวญที่ออกฉายในปี 2550 ซึ่งเขาร่วมกำกับกับภาคภูมิอีกครั้ง แฝดทำรายได้ไปกว่า 70 ล้านบาทเฉพาะในประเทศไทยและยังขายได้ในอีกหลายประเทศ ในปี 2551 บรรจงได้มีผลงานการกำกับเรื่องใหม่เรื่อง สี่แพร่งซึ่งเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่รวมเรื่องสั้นทั้งหมดสี่เรื่องไว้ในหนังเรื่องเดียวโดยบรรจงได้กำกับในตอน คนกลางซึ่งมีเนื้อหาที่สยองขวัญปนตลก มีการล้อเลียนและเสียดสีหนังต่างประเทศรวมถึงหนังของบรรจงเองอีกด้วย หลังจากสี่แพร่งเข้าฉายก็ทำรายได้มากถึง 80ล้านบาทและขายได้ในอีกหลายประเทศและได้รับรางวัลสุพรรณหงษ์อีกด้วย นอกจากนั้นสี่แพร่งยังได้รับคำชื่นชมอีกมากทำให้มีการสานต่อโดยเปลี่ยนจากสี่แพร่งเป็นห้าแพร่ง ห้าแพร่งเป็นภาพยตร์ที่รวมเรื่องสั้นห้าเรื่องไว้ในเรื่องเดียวซึ่งบรรจงได้ร่วมกำกับในตอนคนกองและได้สร้างกระแสวิจารณ์มากมายเนื่องจากเนื้อหาที่ยังคงสยองขวัญปนตลกที่ยังคงล้อเลียนและเสียดสีทั้งวงการบันเทิง วงการภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องห้าแพร่งได้ทำสถิติคือภาพยนตร์สยองขวัญเปิดตัววันแรกสูงสุดโดยทำรายได้ไปถึง15ล้านบาทในวันแรกและขณะนี้ก็ทำรายได้ไปมากกว่า100ล้านบาทและยังคงทำรายได้ต่อไป ในปี พ.ศ. 2553 เขามีผลงานการกำกับหนังรักเรื่องแรกคือเรื่อง กวน มึน โฮ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องต่อมาคือเรื่อง พี่มาก..พระโขนง ทำรายได้รวมทั่วประเทศกว่า 1,000 ล้านบาท ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างรายได้มากที่สุดของจีทีเอช […]
Jon Favreau (จอน ฟาฟวโร)
จอน ฟาฟวโร ตั้งต้นอาชีพนักแสดงของเขา และนักเขียนที่มีความสามารถเปี่ยมล้น เห็นได้จากผลงานคอมเมดี้ร่วมสมัยเรื่อง Swingers ฟาฟวโรยังเดินหน้าต่อไปในการท้าทายตนเองด้วยโปรเจ็คที่ได้รับการคัดเลือกหลากหลาย มีผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกใน Made จากสคริปท์ของตนเอง แสดงร่วมกับ วินซ์ วอห์น และ ฌอน ‘พัฟฟี่’ คอมบ์ส เขาแสดงคู่กับ แฟมเก้ แจนเซ็น ในหนังโรแมนติคคอมเมดี้ Love and Sex, เขียนบทและกำกับการแสดงโดยวาเลอรี่ บรีแมน ในปี 2000 มีผลงานหักมุมอาชีพการแสดงในเรื่องราวของแชมเปี้ยนเฮฟวี่เวทมืออาชีพ ร็อกกี้ มาร์ซีอาโน ในหนังอัตถชีวประวัติของโชว์ไทม์ เรื่อง Marciano เขียนบทและกำกับการแสดงโดย ชาร์ลส ววิงก์เลอร์ และอำนวยการสร้างโดย เออวิน วิงก์เลอร์ อละร็อบ โคแวน
Gore Verbinski (กอร์ เวอร์บินสกี้)
ประวัติย่อ กอร์ เวอร์บินสกี้ หรือ เกรเกอร์ เวอร์บินสกี้ (Gregor Verbinski) ที่เคยร่วมงานกับนักแสดงสุดยอดฝีมือของวงการมากหน้าหลายตา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับชั้นแนวหน้าของวงการที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ด้วยประวัติผลงานที่มีอยู่แค่เพียง 5 เรื่อง แต่ความสำเร็จทางด้านรายได้จากทั่วโลกของเวอร์บินสกี้กลับสูงเกินกว่า $1 พันล้านดอลล่าร์
แมทธิว วอห์น
แมทธิว อัลลาร์ด รอเบิร์ต วอห์น เกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1971 เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับและนักเขียนบทชาวชาวอังกฤษ เขาได้เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง สี่เลือดบ้า มือใหม่หัดปล้น (1998) และ ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย (2000) และกำกับภาพยนตร์เรื่อง คนอย่างข้า ดวงพาดับ (2004), ศึกมหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว (2007), เกรียนโคตร มหาประลัย (2010), เอ็กซ์-เมน: รุ่น 1 (2011), คิงส์แมน: โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ (2014) และภาคต่อ คิงส์แมน: รวมพลังโคตรพยัคฆ์ (2017)
“บริษัท ทวิน เฟลม จำกัด” แถลงข่าว Twin Flame “Make it better” เปิดตัวละครดี 4 เรื่อง ปี 2564
บริษัท ทวิน เฟลม จำกัด พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจบันเทิงปี 2564 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Twin Flame “Make it better”แถลงข่าวเปิดตัวละครทวินเฟลม 4 เรื่อง อาทิ แด่คุณพ่อด้วยแข้งขวา , เปิ๊ดสะก๊าดบ้านทุ่ง , ผีกะ , ไอ้ข้าวแกง พร้อมเปิดตัวทีมผู้กำกับและเหล่านักแสดงคุณภาพ ณ บริษัท ทวิน เฟลม จำกัด (สำนักงานใหญ่) ย่านสุขาภิบาล 5 โดยผู้บริหาร ยิ่งลักษณ์ วัชรพล หรือ คุณยุ้ย มีความมุ่งมั่นอยากยกระดับวงการบันเทิง ละคร ซีรีส์ไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ทั้งในด้านการผลิตที่พร้อมไปด้วยอุปกรณ์การถ่ายทำที่ทันสมัย และด้านนักแสดงโดยเปิดโอกาสให้กับนักแสดงหน้าใหม่ที่รักและชอบในเส้นทางนี้ได้มีโอกาสเข้าสู่วงการ รวมทั้งทีมงานฝ่ายผลิตที่มีศักยภาพได้มีผลงานสู่สายตามหาชนชาวไทยผ่านช่องไทยรัฐทีวี และผู้ชมในระดับสากลผ่าน Platform ต่างๆ ซึ่งผลงานที่ผ่านมาคือละครเรื่อง “ไผ่แดง” ที่กำกับการแสดงโดย รงค์ ณรงค์ ศิริสารสุนทร หรือ รงค์ หิน เหล็ก […]
บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ
 ผลงานภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง ของผู้กำกับหนุ่ม ‘บาส’ – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ที่ออกฉายเมื่อปีพ.ศ. 2560 ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ที่ฉีกกรอบของภาพยนตร์ไทยแบบเดิมๆ ที่หลายคนเคยเชื่อว่าต้องมีแต่พล็อตเรื่องรักๆ ตลกขบขัน หรือสยองขวัญ ถึงจะประสบความสำเร็จ      แต่บาสได้สร้างภาพยนตร์แนวจารกรรมที่หยิบจับเรื่องเล็กๆ ในสังคมไทย แต่แฝงเร้นประเด็นใหญ่เรื่อง ‘คอร์รัปชั่น’ มาถ่ายทอดได้แบบแสบสัน จนเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้คะแนนร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มจากเว็บมะเขือเน่า (Rottentomatoes) มาแล้ว และตอกย้ำความเจ๋งด้วยการคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกอย่างรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Feature) จาก New York Asian Film Festival 2017 รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลเกี่ยวเนื่องอื่นๆ รวม 12 รางวัลบนเวทีสุพรรณหงส์ครั้งที่ 27 นอกจากนี้ ฉลาดเกมส์โกง ยังเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดในต่างประเทศรวมถึง 889 ล้านบาท ทำลายสถิติเดิมที่หนังเรื่อง องค์บาก ทำไว้ 515 ล้านบาท ส่วนตัวบาสเอง ก็เพิ่งคว้ารางวัล Gold Lion จากหนังโฆษณาชุด Tiny Doll จากเทศกาลเมืองคานส์มาหมาดๆ ซึ่งบาสบอกกับ GQ ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องแลกด้วยต้นทุนมหาศาลในชีวิตตัวเอง   […]
ผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี
คงเดช จาตุรันต์รัศมี จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เคยเป็นกอปปี้ไรท์เตอร์ในงานโฆษณา อ่านสปอตโฆษณาวิทยุ ทำเพลงโฆษณาและเพลงประกอบภาพยนตร์ เริ่มกำกับภาพยนตร์จากโครงการประกวดภาพยนตร์สั้น ‘ส่งฝันสู่ฟิล์ม’ ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารซีเนแมก กำกับร่วมกับเกียรติ ศงสนันทน์ ที่เป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบ งานแรกเริ่มในวงการบันเทิงเป็นนักร้องนำวงสี่เต่าเธอ ภายหลังหันมาเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ และกำกับภาพยนตร์ มีผลงานกำกับภาพยนตร์มากมาย อาทิ เฉิ่ม, ตั้งวง และ Where We Belong แม้ผลงานของเขาจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนัก แต่ภาพยนตร์ของคงเดชกลับประสบความความสำเร็จในแง่ของคำวิจารณ์ และสามารถคว้ารางวัลสุพรรณหงส์มาครองได้หลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม และเขียนบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เขาได้รับมาจากผลงานภาพยนตร์เรื่องตั้งวง ในงานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 23 หรือ สาขาเขียนบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Snap แค่…ได้คิดถึง เป็นต้น นอกจากนี้ คงเดชยังได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาภาพยนตร์ ประจำปี 2557 อันเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่มอบให้แก่ศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นอีกด้วย
ผู้กำกับ เฉินข่ายเกอ
มารดาของเฉินซึ่งเจ็บออดๆแอดๆ มาเป็นเวลานานเป็นผู้จัดเตรียมสัมภาระให้แก่เขา มารดาและน้องสาวซึ่งยังอ่อนวัยเป็นเสมือน ‘ห่วง’ ที่เฉินยังกังวลในหนทางข้างหน้า เขาเคยยอมรับว่า วันที่ต้องจากบ้านบิดาเป็นผู้ไปส่งที่สถานีรถไฟ เมื่อขบวนรถค่อยๆเคลื่อนออกจากชานชาลา เฉินมองดูร่างของบิดาค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ จนหายไปจากสายตาของเขาแล้วแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เฉินต้องนั่งก้มหน้าเพื่อหลบไม่ให้ผู้คนเห็นแววตาที่อ่อนแอของตน เมื่อกล่าวถึงบิดาของเฉินข่ายเกอ เฉินยังคงไม่ลืมบาปในคืนที่ทำให้บิดาเจ็บช้ำน้ำใจ เมื่อเขาเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มเรดการ์ดและกลุ่มกบฏที่รุมต่อต้านบิดาของตน เฉินหวยข่าย ข่ายเกอในวัยไร้เดียงสาเพียง 14 ปีไม่เข้าใจเลยว่า การกระทำในครั้งนั้นเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด ภายหลังเมื่อเฉินเติบโตขึ้น เขามีโอกาสกล่าวถึงเหตุการณ์นั้นอีกหลายครั้ง เขาพบว่าคำตอบของการกระทำดังกล่าว คือ ความกลัวตายและความอยากได้รับการยอมรับจากกลุ่ม และยินยอมถูกครอบงำอย่างไร้จิตสำนึกโดยกลุ่มมวลชนที่บ้าคลั่ง แม้เมื่อกาลเวลาผ่านไป ข่ายเกอยังคงขมขื่นกับ ‘ความอยากมีส่วนร่วม’ ในการทำร้ายชายผู้อยู่ในกรอบและมีจิตใจดีงามเช่นบิดาของตนในครั้งนั้นไม่ลืมเลือน เขาใช้เวลาพูดถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมไปถึงการกล่าวถึงในผลงานภาพยนตร์ของตนเอง เพื่อเป็นการพิจารณาประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ และขณะเดียวกันก็เป็นการทบทวนตนเองที่ผ่านมาด้วย การใช้ชีวิตในชนบทในช่วงวัยรุ่น 16-17 ปีของเฉิน เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นของชีวิตที่พร้อมเต็มที่ที่จะซึมซับประสบการณ์แปลกใหม่ท้าทายนานาประการ ในขณะที่ชีวิตชนบทและธรรมชาติอันพิสุทธิ์ก็เป็นบ่อเกิดแห่งพลังสร้างสรรค์ที่เติมเต็มให้จิตวิญญาณของการแสวงหาของเฉินได้เรียนรู้ไม่จบสิ้น ซึ่งหนทางสร้าง ‘ตัวตน’ ของเฉินข่ายเกอยังคล้ายคลึงกับผู้กำกับหนังร่วมรุ่นที่โด่งดังต่อมาอีกหลายคน เฉินข่ายเกอเป็นอดีตปัญญาชนอาสาคนหนึ่งที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการฝึกฝนความแข็งแกร่งและการฝึกหัดงานแรงงานในชนบท หลังออกจากหยุนหนันกลับสู่เมืองหลวง เขามุ่งมั่นที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งคณะวรรณกรรม ทว่าสอบไม่ติด ต่อมาจึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยภาพยนตร์ในจูซินจวงได้ การพลาดหวังจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นเรื่องที่เฉินยากที่จะทำใจ เพราะเขามีความใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนในสายวรรณกรรมมาโดยตลอด มารดาของเฉินเป็นผู้เคี่ยวเข็ญให้เขาเรียนอ่านวรรณกรรมด้วยตนเองมาตั้งแต่ 7 ขวบแล้ว แม้แต่เมื่อตอนที่เขาต้องไปอยู่ต่างจังหวัดมารดานี่เองที่เป็นคนจัดหนังสือลงกระเป๋าเดินทางอีกใบหนึ่งให้แก่เขา ในนั้นเป็นหนังสือปรัชญาขงจื๊อ […]
Recent Comments
    ผู้สนับสนุน