Month: January 2021

Bryan Singer ผู้กำกับ X-Men และ Superman Returns
ไบรอัน ซิงเกอร์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1965เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ชาวอเมริกัน ซิงเกอร์ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีในผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Usual Suspects และโดยเฉพาะในหมู่แฟนหนังไซไฟและการ์ตูน กับผลงาน 2 ภาคแรกของ X-Men และ Superman Returns
James Wanผู้กำกับภาพยนตร์ ชาวออสเตรเลียที่เกิดในประเทศมาเลเซีย
เขายังกำกับภาพยนตร์เรื่อง อาถรรพ์ผีใบ้ และ คนคลั่ง…ฆ่า สั่ง ตาย (ในปี 2007), วิญญาณตามติด (2010), เดอะ คอนเจอริ่ง: คนเรียกผี และ วิญญาณยังตามติด 2 (ในปี 2013), เร็ว..แรงทะลุนรก 7 (2015), เดอะ คอนเจอริ่ง: คนเรียกผี 2 (2016) และ อควาแมน: เจ้าสมุทร (2018) เร็ว..แรงทะลุนรก 7 และ อควาแมน: เจ้าสมุทร แต่ละเรื่องทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้วานเป็นผู้กำกับคนที่แปดที่มีภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องทำเงินทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เฉิน ข่ายเกอ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีน ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ
เฉิน ข่ายเกอ เกิดที่ปักกิ่ง ในวัยรุ่น ขณะประเทศจีนกำลังอยู่ในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม เขาร่วมเป็นหนึ่งในกองทัพพิทักษ์แดง (เรดการ์ด – Red Guard) หลังสิ้นสุดการปฏิวัติวัฒนธรรม เขาเข้าศึกษาต่อที่สถาบันภาพยนตร์แห่งปักกิ่ง ในปี พ.ศ. 2521 จบการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2525 เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าจากสถาบันนี้ กลุ่มที่มีชื่อเรียกว่า “ผู้กำกับภาพยนตร์จีนรุ่นที่ 5″  เฉิน ข่ายเกอ กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก เรื่อง “Yellow Earth” (2527) กำกับภาพโดย จาง อี้โหมว เพื่อนจากสถาบันภาพยนตร์แห่งปักกิ่ง ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีชื่อเสียง สร้างความเชื่อถือให้กับกลุ่มผู้กำกับภาพยนตร์จีนรุ่นที่ 5 ภาพยนตร์ที่เฉิน ข่ายเกอ กำกับมักจะนำเสนอวัฒนธรรมพื้นบ้านของจีน หรือภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2536 ภาพยนตร์เรื่อง “Farewell My Concubine” นำเสนอเรื่องราวของดารางิ้วในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม และสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับรักร่วมเพศ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับนานาชาติ ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 65 และได้รางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ รางวัลบาฟต้า รางวัลลูกโลกทองคำ รางวัลซีซาร์ ในปี พ.ศ. 2545 เฉิน ข่ายเกอ หันไปกำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด เรื่อง “Killing Me Softly” […]
จาง อี้โหมว ผู้กำกับชาวจีน
จาง อี้โหมวเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีน ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เขาเริ่มเข้าสู่วงการ ด้วยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Red Sorghum งานของเขามักมีจุดเด่นในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกต่อการใช้สี ดังที่เห็นได้ในภาพยนตร์ไตรภาคเรื่องแรกๆ เช่น Raise the Red Lantern หรือในหนังศิลปะการต่อสู้ เช่น Hero และ House of Flying Daggers ประวัติ จาง อี้โหมว เกิดที่เมืองซีอาน บิดาเป็นนายทหารในกองทัพของพรรคก๊กมินตั๋ง ภายใต้การนำของนายพลเจียง ไคเช็ก และพี่ชายเป็นทหารในกองทัพ ในสงครามกลางเมืองเมื่อ พ.ศ. 2492 ซึ่งพ่ายแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขาต้องประสบความลำบาก ในปี พ.ศ. 2509 ช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม เขาต้องออกจากโรงเรียน และไปเป็นผู้ใช้แรงงานในโรงงานปั่นฝ้าย ในช่วงนี้เขาเริ่มงานเขียนภาพ และถ่ายภาพ โดยขายเลือดของตัวเองเพื่อนำเงินมาสะสมซื้อกล้องถ่ายภาพ จาง อี้โหมว สมัครเข้าเรียนที่สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง เมื่อ พ.ศ. 2521 ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติเพราะอายุเกิน และเรียนไม่จบ แต่เขาเขียนจดหมายถึงกระทรวงวัฒนธรรม อ้างว่าต้องเสียเวลาไปถึงสิบปีในช่วงปฏิวัติทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งส่งภาพถ่ายผลงานส่วนตัวควบคู่ไปด้วย ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับอนุมัติเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ เขาจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2525 รุ่นเดียวกับ เฉิน ข่ายเกอ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “ผู้กำกับภาพยนตร์จีนรุ่นที่ 5”  ในปี พ.ศ. 2527 จาง อี้โหมว ร่วมงานเป็นผู้กำกับภาพให้กับ […]
สิทธิศิริ มงคลศิริ แสงกระสือ
21 มีนาคม 2562 คือวันที่เรานัดคุยกับ โดม–สิทธิศิริ มงคลสิริ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะเชื่อว่าระยะเวลาร่วมสองสัปดาห์น่าจะเพียงพอต่อการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในหนังผ่านบทสัมภาษณ์ และเพราะสนใจปรากฏการณ์ที่ไม่เพียงแต่ผู้ชมและเพจหนังต่างชื่นชม แสงกระสือ เป็นเสียงเดียวกัน แต่ยังรวมถึงนักเขียน นักวิจารณ์ และนักวิชาการที่ต่างก็พากันออกมาถอดรหัสตีความนัยต่างๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในหนังเรื่องนี้ ก่อนจะกดปุ่มเริ่มต้นอัดเสียงในโทรศัพท์ เราจึงบอกโดมว่า “สปอยล์ได้เลยนะครับ” เช่นกันกับคุณผู้อ่านที่กำลังจะเริ่มต้นอ่านบทสัมภาษณ์นี้ เราขอเตือนก่อนว่า เนื้อหาข้างล่างนี้จะเปิดเผยเรื่องราวบางส่วนที่ปรากฏในหนัง ใครที่ยังไม่ได้ดูและไม่อยากสูญเสียอรรถรสใดๆ ไป คงจะดีกว่าหากคุณจะกลับมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้อีกครั้งหลังจากที่ได้ดูแสงกระสือแล้ว แต่สำหรับใครที่ดูไปแล้ว บทสนทนาต่อจากนี้จะเปิดเผยให้เห็นถึงมุมมองจากฝั่งคนทำหนัง ว่าอะไรคือแนวคิดที่ซุกซ่อนอยู่หลังฉากนี้หรือซีนนั้น จนส่งผลให้ แสงกระสือ กลายเป็นหนังที่ใครๆ ต่างพากันเชียร์ให้ไปดู นับจากวันแรกที่หนังเข้า จนถึงวันที่เราได้คุยกับโดม แสงกระสือ ทำรายได้ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 50 ล้านบาท แวบแรกที่ได้ยินจำนวนตัวเลขเราตื่นเต้นยินดี แต่โดมกลับบอกว่า ตัวเลขเท่านี้ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนด้วยซ้ำ “พอหนังได้ฉายในโรงน่ะ รายได้ที่ได้จะถูกหารสอง สมมติว่าหนังเรื่องหนึ่งทำเงินได้ 200 ล้าน เงินจะเข้าเราจริงๆ แค่ 100 ล้านนะ ส่วนอีกครึ่งจะเข้าโรงหนัง แบ่งกัน 50/50 อย่าง แสงกระสือ นี่ต้นทุนสูง ถ้ารวมค่าโปรโมตด้วยก็เกือบๆ 50 ล้าน เท่ากับว่ารายได้ตอนนี้ถ้าหารครึ่งก็จะยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน เพราะจุดคุ้มทุนจริงๆ ของหนังเรื่องนี้คือต้องแตะร้อยล้าน”  แม้ว่าหนังอาจยังต้องเดินทางต่ออีกสักพักกว่าจะแตะจุดคุ้มทุน โดมก็บอกว่าปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจคือการที่หนังทำรายได้ในต่างจังหวัดรวมกันมากกว่ากรุงเทพฯ และเชียงใหม่
โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ 500 ล้าน
โต้งบรรจง ผู้กำกับหนุ่มหน้าตี๋ วัย 33 ปี ยิ้มพึงใจขณะนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ในห้องประชุมของบริษัท จีทีเอช สุขุมวิท 31 ท่าทางดูผ่อนคลาย แววตาแจ่มใส หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินกล้อง ตระเวนโปรโมตหนัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน จวบจนถึงวันที่ข่าวรายได้ทะลุ 500 ล้านบาท อย่างในวันนี้ ผู้กำกับหนุ่มคิวทองเพิ่งได้หายใจหายคอ ทำตัวชิล ชิล ตามสบายดังที่เห็น “นอกจากเรื่องรายได้ สิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนคืออารมณ์ร่วมของผู้ชมในโรง หัวเราะตบมือกันเก้าอี้แทบพัง อินตั้งแต่นาทีแรกจนจบเลย คนดูจบแล้วไปลากพ่อแม่ พี่น้อง จูงมือเพื่อนฝูงชักชวนให้มาดูอีก ผมไม่เคยเห็นคนทุกวัยออกมาดูหนังพร้อมกันมากขนาดนี้” “เหนื่อย แต่คุ้มค่าครับ ทำหนังมา 6 เรื่อง ไม่เคยเจอคนชมมากขนาดนี้ ที่ประทับใจคือคำชมที่มาจากพวกผู้กำกับด้วยกันอย่างพี่บอลวิทยา ทองอยู่ยง พี่ต้อมเป็นเอก รัตนเรือง โดยเฉพาะพี่อุ๋ยนนทรีย์ นิมิบุตร แกเขียนลงในอินสตาแกรมว่าประทับใจมาก มันให้กำลังใจผมมากๆ นะ เพราะใครๆ ก็รู้ว่านางนากเวอร์ชั่นที่แกทำมันคลาสสิกขึ้นหิ้งแล้ว” โต้ง เล่าถึงเสียงตอบรับอันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในชีวิตการเป็นผู้กำกับของเขา กว่า 10 ปีเต็มตั้งแต่ก้าวออกจากรั้วนิเทศ จุฬาฯ เขาเคยเป็นครีเอทีฟรายการวัยรุ่นชื่อดังอย่างทีนทอล์ก […]
ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์
“ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์” หนึ่งในผู้กำกับ แฟนฉัน, ผู้กำกับ เด็กหอ, ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น, Top Secret วัยรุ่นพันล้าน และโด่งดังเป็นที่รักของกลุ่มผู้ชมวัยรุ่น จากการกำกับและโปรดิวซ์ ซีรี่ส์ “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น”เมื่อปี พ.ศ. 2545 เล่าเรื่องราวเรียบง่ายแต่สั่นสะเทือนจิตใจ เกี่ยวกับเด็กนักเรียนที่ถูกครูในชั้นเรียนประเมินคุณค่าต่ำกว่าความเป็นจริง..หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลรัตน์ เปสตันยี และรางวัลขวัญใจมหาชน จากเทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 6 โดยมูลนิธิหนังไทย นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้คนในวงการภาพยนตร์รู้จักและสนใจ “ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์” ซึ่งถ้าจะมองกันในเชิงวิเคราะห์ผลงานแล้ว จะเห็นว่า… “การตั้งคำถามถึงคุณภาพการศึกษา ประเด็นช่องว่างความไม่เข้าใจระหว่างเด็กและผู้ใหญ่” ยังคงปรากฏให้เห็นและเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของผู้กำกับคนนี้ในทุกชิ้นงาน จวบจนกระทั่งปัจจุบัน…
นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (ชื่อเล่น เต๋อ) เกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ นักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์ ผลงานภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงคือภาพยนตร์อิสระ เรื่อง Mary is happy, Mary is happy จากผลงานเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ประจำปี 2556 จำนวน 10 สาขา และได้รับรางวัล 4 สาขา นวพล สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชาและ สาขาวิชาภาษาจีน ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ในขณะที่เรียนอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เริ่มฝึกหัดการผลิตภาพยนตร์สั้นโดยการลองผิดลองถูก นอกจากนั้นยังรับงานเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ให้ทั้งภาพยนตร์กระแสหลัก และภาพยนตร์อิสระหลายเรื่อง ในปีพ.ศ. 2549 ภาพยนตร์สารคดีแนวทดลองเรื่อง See ได้ชนะรางวัลสองรายการจากการประกวดภาพยนตร์ Fat Film Festival  กำกับภาพยนตร์ 36 (พ.ศ. 2555) New Currents Award จาก Busan Film Festival 2012 Mary is happy, […]
อนุชา บุญยวรรธนะ (นุชี่, นุชชี่)
อนุชา บุญยวรรธนะ ชื่อเล่น นุชี่ เป็นผู้กำกับชาวไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) และทำภาพยนตร์วิทยานิพนธ์เรื่อง “ตามสายน้ำ” และได้รับรางวัลวิจิตรมาตรา จาก Thai Short Film and Video Festival และรางวัล Young Thai Artist Award และยังได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ในเอเชียและยุโรป เช่น Hong Kong Independent Short Film and Video Award อีกด้วย
ก้องเกียรติ โขมศิริ
ก้องเกียรติ โขมศิริ (ชื่อเล่น: โขม) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2518 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบทภาพยนตร์ และในบางครั้งยังเป็นนักแสดง สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำงานเบื้องหลังวงการภาพยนตร์ โดยเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ เช่น บางระจัน , ขุนแผน , 7 ประจัญบาน ภาค 1 และ 2 , ขุนศึก , คนเล่นของ ยังร่วมกำกับและเขียนบท องค์บาก อีกด้วย จนสร้างชื่อกับการเป็นทีมกำกับและเขียนบทใน ลองของ ได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 19 สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง เฉือน
Recent Comments
    ผู้สนับสนุน