‘เถียนจ้วงจ้วง’ ผู้กำกับชั้นครู

‘เถียนจ้วงจ้วง’ ผู้กำกับชั้นครู

ผู้กำกับที่ต้องพูดถึง อย่างเถียนจ้วงจ้วง  ชาวปักกิ่ง เกิดเมื่อเดือนเมษายน 1952 เขาเคยเห็นพ่อกับแม่ซึ่งเป็นดาราดังแห่งยุค ถูกทหารกองทัพแดงทุบตีต่อหน้าต่อตา นับแต่นั้น เขาก็หมกตัวอยู่กับกองหนังสือ ไม่สนใจโลกภายนอก หลังเรียนจบมัธยมจากโรงเรียนปักกิ่งที่ 13 ด้วยวัยเพียง 16 ปี ก็ได้เข้าร่วมเป็น ‘ปัญญาชนอาสาพัฒนาชนบท’ ที่อำเภอเจิ้นไล่ มณฑลจี๋หลิน ตามนโยบายของทางการจีนในสมัยนั้น

ต่อมาเถียนย้ายไปเป็นทหารที่มณฑลเหอเป่ย อยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองงานศิลปะและการแสดง รับผิดชอบงานถ่ายภาพ ออกแบบบอร์ดประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นตากล้องประจำตัวของเหล่าผู้นำกองทหาร โดยไม่ทันรู้ตัว เขาขลุกอยู่กับงานในห้องมืดถึง 5 ปี

แม้ว่า เถียนฟาง และอี๋ว์หลัน พ่อ-แม่ของเขา ต่างเป็นนักแสดงดังแห่งยุค แต่เถียนจ้วงจ้วงก็ไม่เคยคิดฝันจะเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นมาก่อน อีกด้านหนึ่งเขากลับได้รับ ‘เลือดศิลปิน’ ที่เข้มข้นจากทั้งพ่อและแม่มาเต็มเปี่ยม ทั้งยังดูเคร่งขรึม จริงใจ และอดทนเหมือนพ่อ

พ่อของเถียนเสียชีวิตหนึ่งปีก่อนที่เขาจะมีโอกาสเดินทางกลับปักกิ่ง เถียนไปเป็นผู้ช่วยช่างกล้องที่โรงผลิตภาพยนตร์เกษตรกรรมอยู่ถึง 3 ปี งานจิปาถะทั้งตั้งกล้อง ปรับแสง ปรับโฟกัส ส่องไฟ คอยเป็นลูกมือช่างกล้อง ทำให้เขาช่ำชองงานกองถ่าย ก่อนจะเข้าเรียนวิชาผู้กำกับเสียด้วยซ้ำ

การถูกส่งไปทำงานในคอมมูนที่ชนบทอีกเป็นครั้งที่ 3 ทำให้เถียนในวัย 25 ปีตัดสินใจสอบเข้าเรียนสาขาวิชาผู้กำกับภาพยนตร์ ในมหาวิทยาลัยภาพยนตร์ปักกิ่ง(北京电影学院)เมื่อปี 1978 หลังเรียนจบเถียนเข้าทำงานเป็นผู้กำกับที่โรงผลิตภาพยนตร์ปักกิ่ง

ผลงานสมัยเรียนเรื่องแรกที่เถียนจ้วงจ้วงกำกับ สร้างความฮือฮาอย่างมากในปี 1981 หนังสั้นเกี่ยวกับคนพิการ 3 คนกับเด็กหญิงคนหนึ่ง ‘หว่อเมินเตอเจี่ยวลั่ว’ ถูกส่งให้สถานีโทรทัศน์กลางแห่งชาติจีน (CCTV) พิจารณา ด้วยความหวังเต็มร้อยว่าจะได้ออกอากาศ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “อารมณ์ของหนังเรื่องนี้หนักไปหน่อย ไม่เหมาะที่จะฉายตอนนี้”

ปีเดียวกัน เถียนได้รับมอบหมายจากแม่ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงผลิตภาพยนตร์เด็ก ให้ทำหนังเรื่อง หงเซี่ยงเรื่องของเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งในป่าแถบสิบสองปันนาที่ตามหาช้างศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะใช้ฉายในวันเด็ก 1 มิถุนายน 1982

เถียนขนพรรคพวกร่วมรุ่น อาทิ จางเจี้ยนย่า เจิงเหนี่ยนผิง จางอี้โหมว หลี่ว์เล่อ และโหวหย่ง ไป ‘ฝึกวิชา’ ด้วยกัน กับโจทย์แสนยากที่มีทั้งเด็กและสัตว์ป่า จริงๆ แล้วเพื่อนรุ่น 78 ต่างก็นับถือ และให้เกียรติในการตัดสินใจของเถียนเสมอ ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาของเพื่อนๆ ได้ดี หลายปีต่อมา ผลงานของพวกเขาได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศ จนชื่อของ ‘ผู้กำกับรุ่น 5’ เป็นที่กล่าวขวัญถึงในวงกว้าง

จิตวิญญาณของหนังยุคแรกที่เถียนกำกับ ไม่ว่าจะเป็น เลี่ยฉั่งจ๋าซาและ เต้าหม่าเจ๋ยเน้นสะท้อนตัวตน ศรัทธา และความเป็นความตายของคน ซึ่งสวนทางกับความคิดของนายทุนผู้สร้างหนัง จนเขาต้องทำใจ ‘ปรับแก้จิตวิญญาณ’ ให้เป็นไปตามทัศนะของผู้ที่จ้างเขาทำหนังเป็นเวลาหลายปี

เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน เขาได้ค้นพบความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเอง อันเป็นที่มาของการทำหนังเรื่อง หลันเฟิงเจิง ที่ถ่ายทอดชีวิตสองแม่ลูกคู่หนึ่งในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่ง ‘ว่าวสีฟ้าตัวน้อย’ ไม่อาจต้านกระแสลมแรงนั้นได้ แม้หนังจะถูกห้ามฉายในประเทศ แต่ก็คว้ารางวัลในต่างแดนหลายเวที

ในบรรดาผู้กำกับจีนรุ่น 5 เถียนจ้วงจ้วงดูจะอับโชคที่สุด เพราะหนังหลายเรื่องที่เขากำกับ ไม่ได้รับอนุญาตให้ฉายในประเทศด้วยเหตุผลต่างๆ นานา

สไตล์หนังของเถียนจ้วงจ้วง มุ่งแสวงหาความเรียบง่ายอย่างธรรมชาติ ใกล้เคียงกับชีวิตจริง ไม่ปรุงแต่งจนมากเกินไป ให้มิติทั้งกว้างและลึก มีศิลปะการจัดวาง ‘ตัวละคร’ ได้เหมาะสมและลงตัวกว่าผู้กำกับรุ่น 5 คนอื่น และเป็นคนเดียวในรุ่น ที่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ยังรักษาจิตวิญญาณของผู้กำกับรุ่น 5 ไว้ ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น เข้าสู่กระแสหนังตลาดไปแล้ว

เถียนต่างจากเฉินข่ายเกอที่ดูมีภูมิความรู้เต็มตัว หรือไม่เป็นอย่างจางอี้โหมวที่ทำหนังโดนใจและดังทุกเรื่อง แต่เถียนเป็นทั้ง ‘คนทำหนัง’ และ ‘คนธรรมดา’ ที่ใช้ชีวิตโดยไม่ยึดติดว่าจะรุ่งหรือร่วง

ถึงเถียนจะเคยบอกว่า ตนเป็นพวก ‘ถ่ายจบแต่ละเรื่อง ก็ลืม’ แต่เขาก็เข้มงวดกับงานมาก โดยเตรียมการถ่ายทำหนังแต่ละเรื่องอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งช่วยให้งานในกองถ่ายมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้น เถียนยึดหลักที่ว่า “ถ้าเพิ่งจะมาเอาจริงเอาจังตอนถ่ายจริง ก็สายเกินไปเสียแล้ว”

หลังจากเรื่องหลันเฟิงเจิง เถียนผันตัวไปอยู่เบื้องหลังหนังของผู้กำกับรุ่นใหม่มานับสิบปีในฐานะ ‘ผู้อำนวยการสร้าง’ ก่อนจะนำเรื่องราวความรักหลังสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ‘เสี่ยวเฉิงจือชุน ’ ซึ่งเฟ่ยมู่ ผู้กำกับรุ่น 2 เคยสร้างเป็นหนังขาว-ดำเมื่อปี 1948 มาเสนอใหม่ในมุมมองของตนในปี 2002

นอกจากได้รางวัล ‘ผู้กำกับยอดเยี่ยมปี 2004’ จากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์จีนแล้ว ล่าสุดในปี 2005 นี้ เถียนจ้วงจ้วงได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะกำกับภาพยนตร์ ในสถาบันที่เคยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เขาจนเป็น ‘ผู้กำกับชั้นครู’ เช่นทุกวันนี้

ผลงานกำกับภาพยนตร์ :

ปี 1981 หงเซี่ยง

ปี 1983 จิ่วเย่ว์

ปี 1984 เลี่ยฉั่งจ๋าซา

ปี 1985 เต้าหม่าเจ๋ย ได้รับการยกย่องจาก มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) ผู้กำกับมือรางวัลชื่อดังของสหรัฐ ให้เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของโลก แห่งทศวรรษ 90

ปี 1986 กู่ซูอี้เหริน

ปี 1987 เหยากุ่นชิงเหนียน

ปี 1988 เท่อเปี๋ยโส่วซู่ซื่อ หนังสะท้อนชีวิตหญิงท้องก่อนแต่ง ที่ถูกเก็บไว้ถึง 17 ปี ก่อนจะผลิตเป็นหนังแผ่นวางตลาดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ปี 1990 ต้าไท่เจียนหลี่เหลียนอิง ได้รางวัล Special Mention จากเทศกาลหนังเบอร์ลินปี 1991

ปี 1992 หลันเฟิงเจิงได้รางวัลกรังด์ปรีซ์ และรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม รางวัลพิเศษ Special Mention จากเทศกาลหนังนานาชาติโตเกียว 1992, รางวัลภาพยนตร์ดีเด่น จากเทศกาลหนังนานาชาติที่ ฮาวาย ชิคาโก และสวิสเซอร์แลนด์ในปี1993 รวมทั้งรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังสิงค์โปร์1993

ปี 2001 เสี่ยวเฉิงจือชุนได้รางวัลภาพยนตร์ดีเด่น ซาน มาร์โค จากเทศกาลหนังเวนิส ในปี 2002 รวมทั้งได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองนิวยอร์กด้วย

ปี 2003 เต๋อลาหมู่หนึ่งในภาพยนตร์สารคดีชุด ‘ฉาหมากู่เต้า ซึ่งทำให้เถียนจ้วงจ้วงได้รางวัล ‘ผู้กำกับยอดเยี่ยม’ จากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์จีน เมื่อต้นปี 2004

ปี 2004 เปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง อู๋ชิงหยวน

ผลงานในฐานะผู้อำนวยการสร้าง (ปี 1994 – 2003)

– จ่างต้าเฉิงเหริน กำกับโดย ลู่เสียว์จาง

– เปี่ยนตันกูเหนียง กำกับโดย หวังเสี่ยวซ่วย

– อูซันหยุนอี่ว์ กำกับโดย จางหมิง

– เถาฮวาหม่านเทียนหง กำกับโดย หวงซินเซิง

– ตงจื้อ กำกับโดย เซี่ยตง

– หยุนเตอหนันฟาง กำกับโดย จูเหวิน

– ม่อลี่ฮวาไค กำกับโดย โฮวหย่ง

No Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *