“มีน พีรวิชญ์”นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

นอกจากเป็นนักแสดงมากฝีมือแล้ว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอต “มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” จากบ้าน Ultimate Troop พร้อมปล่อยของกับการทำงานเบื้องหลัง ในโปรเจคมินิซีรีส์ “หนังสือรุ่น The Yearbook” ซึ่งจะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ช่วงปี พ.ศ. 2545 กับเรื่องราวความน่ารัก มิตรภาพ ความฝัน คำสัญญาของ 2 เพื่อนสนิท “นัท – ภพ” ที่มีอันให้ต้องจากลา ก่อน 4 ปีผ่านไป หนังสือรุ่นจะทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

งานนี้นอกจากหนุ่มมีนจะรั้งตำแหน่ง Exclusive Producer ร่วมกับนักแสดงหนุ่ม “พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล” จากภาพยนตร์เรื่องดัง “รักแห่งสยาม” แล้ว ยังควบบทบาทผู้กำกับ ทุ่มประสบการณ์ทั้งจากงานแสดงและการเรียนในสาขาภาพยนตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด

ซึ่ง “มีน” เผยว่า “ก็ยังไม่ใช่ผู้กำกับเต็มตัวขนาดนั้น (หัวเราะ) ถือว่ากำกับร่วมตอนอยู่หน้ามอนิเตอร์ เพราะว่าจะมีพี่สนุ๊กที่เป็นต้นเรื่อง กับครูลูกแก้วแอคติ้งโค้ชคอยดูเรื่องการแสดงอยู่แล้ว  ผมกับพี่เบ้น ผู้กำกับอีกคนจะเน้นไปที่การเล่าเรื่อง ภาพ มุมกล้อง แสง มากกว่า ก็สนุกดีได้ร่วมกันแชร์ไอเดีย ได้ทำอะไรใหม่ๆ เรื่องนี้เราจะมีแฝงสัญญะไว้ด้วยครับ ถ้าใครได้ดูจะเห็นว่าโปสเตอร์จะเล่าผ่าน โทนภาพ ฟิล์ม แสง หรือสีเสื้อของนักแสดงที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก เราทิ้งสัญญะไว้แทบจะทุกภาพ อย่างตัวละครจะมีตัวละครนึงสีโทนเย็น อีกตัวละครสีโทนอุ่น และมีโปสเตอร์นึงที่ตัวละคร กำลังเดินตรงรางรถไฟ มีตัวละครที่ใส่เสื้อสีโทนเย็นตามอีกตัวละคร จริงๆ มันคืออารมณ์ไขว้เขว่ของตัวละครและรางรถไฟที่ขดไปมามันคือเส้นทางที่ตัวละครต้องเลือกความสับสนของเด็กในยุคนั้นจนอาจจะเป็นทางแยก นี่ขนาดแค่โปสเตอร์ก็แฝงสัญญะนะครับ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ต้องซีเรียสดูเอาสนุกๆ ดีกว่าครับ เห็นก็ถือว่าเป็นโบนัส (หัวเราะ) อยากให้ทุกคนได้ตีความหมายจากภาพครับ”

ก็ได้กระแสตอบรับดีทันทีที่ “หนังสือรุ่น The Yearbook” ปล่อยทีเซอร์ตัวละคร “ภพ” และ “นัท” 2 part ที่เรียงร้อยกัน 2 มุมมอง ถือเป็นกำลังใจให้กับทีมงานและนักแสดง “มีนว่าความต่างคือเรื่องนี้เน้นความเรียลของตัวละคร แต่มีความน่ารักของยุค 2000 ตอนต้น ช่วงเวลานั้นมันมีเสน่ห์ มีช่วงเวลาความรักที่ยากกว่าปัจจุบันมาก อย่างพวกเทคโนโลยีก็ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันง่ายเหมือนยุคนี้ เลยรู้สึกว่าอยากดึงเสน่ห์และกลิ่นอายอะไรเหล่านี้มานำเสนอในซีรีส์เรื่องนี้ อีกอย่างคือซีรีส์เรื่องนี้มันถูกเริ่มต้นมาจากความเป็นหนัง คนดูน่าจะได้เห็นการเล่าเรื่อง ภาพ หรือการถ่ายทอดแบบภาพยนตร์ด้วย ก็อยากชวนทุกคนมาดูกันเยอะๆ ครับ งานนี้เราทุ่มเทเต็มที่ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับงานนี้เหมือนกัน ได้ย้อนหวนคืนความทรงจำกลับไปสู่อดีตไปด้วยกัน เผื่อจะค้นเจอความทรงจำอะไรดีๆ ในหนังสือรุ่นเล่มนี้ครับ”

อี ไอแซค จอง ผู้กำกับ Minari แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสู่ตัวเต็งออสการ์

สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการภาพยนตร์อีกครั้งสำหรับ “Minari” กับการเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ไปทั้งหมด 6 รางวัล โดย 1 ในนั้นมีรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งหนังเรื่องนี้ขึ้นแท่นตัวเต็งชิงรางวัลอีกด้วย และอีก 2 รางวัลที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการภาพยนตร์เกาหลี นั่นก็คือรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ที่ทำให้ชื่อของ สตีเว่น ยอน และยุน ยอจอง กลายเป็นนักแสดงอเมริกัน-เกาหลี และนักแสดงเกาหลีคนแรกที่ได้เข้าชิงบนเวทีนี้ตามลำดับ แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นมาจากฝีมือการเขียนบทและกำกับการแสดงของ อี ไอแซค จอง ผู้กำกับชาวอเมริกัน-เกาหลี ที่เป็นอีกหนึ่งผู้กำกับที่ถูกจับตามองในปีนี้ เกริ่นมาขนาดนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงอยากจะอยากรู้จักเขามากขึ้นแล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักผู้ชายที่ชื่อ อี ไอแซค จองกัน

แกะโปรไฟล์ อี ไอแซค จอง ผู้กำกับ Minari  แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสู่ตัวเต็งออสการ์ - Major Cineplex รอบฉายเมเจอร์  รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่

“Minari” เล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวเกาหลีในยุค 80 ที่หอบเอาความหวังไปตั้งต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดินอเมริกา เริ่มต้นจากการเป็นชาวสวนชาวไร่บนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คนและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเกาหลี โดย “Minari” เดินหน้ากวาดรางวัลมามากมาย ล่าสุดกับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ถึง 6 สาขา สื่อและนักวิจารณ์ต่างคาดการณ์ว่า “Minari” จะสร้างปรากฎการณ์ระดับโลกต่อจาก Parasite เตรียมพร้อมสำหรับการหว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่

อี ไอแซค จอง ผู้กำกับที่อยู่เบื้องหลังการผลัดเปลี่ยนและเติบโตใน Minari -  SARAKADEE LITE

 

“ยุนยอจอง”นักแสดงชาวเกาหลีใต้คนแรกที่คว้ารางวัลออสการ์

ในปีเดียวกันนี้ มีหนังอีกเรื่องที่ได้เข้ารอบชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม นั่นคือ Minari ซึ่งปรากฏว่ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของ ยูน ยอจอง ในบทคุณยายผู้นำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่ครอบครัวผู้อพยพเกาหลีใต้ในอเมริกา

ยูน ยอจอง'

 

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ “มุนแจอิน” ยังได้ออกจดหมายร่วมแสดงความยินดีกับคุณยายด้วยในวันนี้ ที่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์เกาหลี

ใน Minari ยุนยอจอง รับบท ซุนจา คุณยายชาวเกาหลีที่เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อพบกับลูกสาวและครอบครัวของเธอ ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในย่านชนบทของรัฐอาร์คันซอ ซึ่งคุณยายได้นำเมล็ดพันธุ์ มินาริ มาปลูกบนผืนดินที่ไม่คุ้นเคยนี้ ซึ่งเป็นสัญญะสำคัญที่ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์นี้

โคลอี้ เจา ผู้กำกับเอเชียหญิงคนแรกที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ

โคลอี้ เจา เป็นหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นจากพิธีประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ในฐานะหญิงชาวเอเซียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้สำเร็จ

เจาในวัย 38 ปี ได้สร้างประวัติศาสตร์ในวงการบันเทิงระดับโลก โดยเป็นสตรีชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ ทั้งยังเป็นผู้หญิงคนที่สองที่คว้ารางวัลดังกล่าว นับตั้งแต่บาร์บารา สไตรแซนด์ พิชิตรางวัลนี้เมื่อปี 1984

โคลอี้ เจา จะกำกับและเขียนบทหนัง Dracula ให้ยูนิเวอร์แซล | ฝนตกเป็นหนัง

ภาพยนตร์ Nomadland ซึ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ดรามายอดเยี่ยมไปครองด้วยในคราวนี้ สร้างจากเรื่องจริงกึ่งนวนิยาย โดยนักแสดงมือรางวัล ฟรานเซส แม็คดอร์มานด์ รับบทของหญิงชื่อเฟิร์นผู้เดินทางท่องไปทั่วอเมริกา ในฐานะคนพเนจรร่อนเร่แห่งยุคใหม่

เจาเกิดที่กรุงปักกิ่งของจีน แต่ปัจจุบันพำนักอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ภาพยนตร์เรื่อง Nomadland ถือเป็นผลงานเรื่องที่สามของเธอ ถัดจากเรื่อง Songs My Brothers Taught Me และ The Rider ปัจจุบันเธอเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Eternals ซึ่งเป็นหนึ่งในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลที่กำลังจะออกฉายด้วย

“บงจุนโฮ”กับความสำเร็จของหนัง Parasite ที่กวาดรางวัลมากมาย

บงจุนโฮ: ผู้กำกับ Parasite ที่ชวนก้าวข้ามซับไตเติลเพื่อค้นหาเมจิกของภาพยนตร์ที่กวาด 4 รางวัลใหญ่บนเวทีออสการ์

ในบรรดาหนังที่ได้ชิงออสการ์ ปี 2020 เรื่องที่ร้อนแรงและได้รับการพูดถึงมากที่สุดก็คือ หนังเกาหลีใต้เรื่อง Parasite ที่เข้าชิงออสการ์ 6 รางวัล ได้แก่ หนังยอดเยี่ยม, ผู้กำกับ, บทดั้งเดิม, ลำดับภาพ, ออกแบบงานสร้าง และหนังนานาชาติยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000) ที่หนังเอเชียได้ชิงออสการ์สาขาใหญ่แบบนี้ 

ความสำเร็จบนเวทีออสการ์ของ Parasite ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะก่อนหน้านี้หนังเรื่องนี้ได้รางวัลจากเวทีต่าง ๆ มาแล้วมากกว่า 40 แห่ง รวมถึงรางวัลใหญ่อย่างปาล์มทองคำที่คานส์, หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำและ  Critics’ Choice Awards เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ชวนเซอร์ไพรส์มากกว่าก็คือการที่หนังเกาหลีเพิ่งได้ชิงออสการ์และได้รางวัลใหญ่ ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก ทั้งที่ช่วง 20 ปีหลังมานี้ อุตสาหกรรมหนังเกาหลีมีความเข้มแข็ง, มีคนทำหนังฝีมือเยี่ยมมากมาย, หนังเกาหลีได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 

ความสำเร็จของ Parasite นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับผู้กำกับ บงจุนโฮ (Bong Joon-ho) ซึ่งหนังยาวที่เขากำกับทั้ง 7 เรื่องอย่าง Barking Dogs Never Bite (2000), Memories of Murder (2003), The Host (2006), Mother (2009), Snowpiercer (2013), Okja (2017) และ Parasite (2019) ล้วนได้รับเสียงชื่นชม, มีความโดดเด่นทั้งประเด็นและการนำเสนอ, ปรากฏลายเซ็นของผู้กำกับชัดเจน โดยเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้

จอช คิม ผู้กำกับชาวเกาหลีที่กวาด 19 รางวัล

หนังไทยเจ๋งจริง พี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers – Every Time) ตีแผ่ความเสื่อมจัดของสังคมไทย ภายใต้ระบบไทยๆ ลับลวงแหล ได้อย่างเจ็บแสบผสมลึกซึ้งชวนตรึงใจ ผลงานผู้กำกับชาวเกาหลี จอช คิม เมื่อปีที่แล้ว พี่ชาย My Hero เป็นตัวแทนหนังไทยไปชิงชัยต่อบนเวทีหนังระดับโลก ออสการ์ในสาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม Best Foreign Language Film

ล่าสุดไม่สุดท้าย พี่ชาย My Hero เพิ่งไปคว้ารางวัลขวัญใจคณะกรรมการ จูรี่ ไพรซ์ Jury’s Prize จากเทศกาลหนัง นาราอินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์มเฟสติวัล ที่เมืองนารา ญี่ปุ่น ที่เข้าชิงรอบสุดท้ายอยู่ 8 เรื่อง จากหลายประเทศ อาทิ อิหร่าน, จีน, ฟิลิปปินส์, เยอรมนี, พม่า ฯลฯ ไปกวาดรางวัลรวมมาแล้วทั่วโลก 19 รางวัลจาก 83 เทศกาลหนังทั่วโลก สร้างประวัติศาสตร์สถิติใหม่ ที่น่าปลื้มปริ่มให้หนังไทย กับการกวาดรางวัลอินเตอร์มาครองมากที่สุดของหนังไทยไปแล้ว ณ ตอนนี้!

“จอช คิม เป็นผู้กำกับที่ผมเชื่อว่าเก่งมาก (ยิ้ม) เขาเป็นคนละเอียดและมีวิชั่นที่เป๊ะมากกับหนังเรื่องนี้ เพราะเขาเป็นคนเขียนบทด้วย เขาเป็นคนที่ใจดีมาก ทีมงานทุกคนเลยทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะมีทุนน้อยแต่เชื่อว่าหลายคนก็ทำเพราะจอช คิม สำหรับตัวผมในฐานะนักแสดง ที่ได้รับบทค่อนข้างหนักในเรื่องนี้ การมีผู้กำกับอย่างจอช คิม ที่ทำงานละเอียดและเป็นคนที่น่ารัก ก็ทำให้งานเราง่ายขึ้น เรารู้ว่าเขาต้องการอะไรในแต่ละซีน เพราะเราคุยกันเยอะมาก แต่เขาก็ให้อิสระผมในการแสดงออก ผมเลยมีความสุขในการทำงานกับจอช คิม และมีความสุขกับการได้เล่นในหนังพี่ชาย My Hero เรื่องนี้มากๆ ครับ “

Kim Eun-hee (คิมอึนฮี) นิยามมาตรฐานใหม่ของทีวีซีรีส์เกาหลี

Kim Eun-hee (คิมอึนฮี) นักเขียนหญิงที่ได้รับคำชมจากนักเขียนรุ่นใหญ่ในวงการมากมาย โดยเฉพาะในปี 2016 ที่ผลงานการเขียนบทซีรีส์ Signal ได้รับความนิยมล้นหลาม ทำให้เธอได้รับรางวัล Baeksang Arts Awards สาขาบทซีรีส์ยอดเยี่ยม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ให้คำนิยามมาตรฐานใหม่ของทีวีซีรีส์เกาหลี 

Kingdom' Screenwriter Kim Eun-hee Celebrates Expanding Opportunities -  Variety

คิมอึนฮี นักเขียนหญิงที่ได้รับคำชมจากนักเขียนรุ่นใหญ่ในวงการมากมาย โดยเฉพาะในปี 2016 ที่ผลงานการเขียนบทซีรีส์ Signal ได้รับความนิยมล้นหลาม ทำให้เธอได้รับรางวัล Baeksang Arts Awards สาขาบทซีรีส์ยอดเยี่ยม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ให้คำนิยามมาตรฐานใหม่ของทีวีซีรีส์เกาหลี 

Movies

  • Once in a Summer | Geuhae yeoreum (2006)

Drama Series

  • Kingdom: Ashin of the North | Kingdom: Ashinjeon (Netflix / 2021) *original cartoon & screenplay
  • Jirisan (tvN / 2021)
  • Kingdom Season 2 (Netflix / 2020) *original cartoon & screenplay
  • Kingdom (Netflix / 2019) *original cartoon & screenplay
  • Signal (tvN / 2016)
  • 3 Days | Sseurideizeu (SBS / 2014)
  • Phantom | Yooryung (SBS / 2012)
  • Sign (SBS / 2011)
  • Harvest Villa | Wigiilbal Pongnyeonbilla (tvN / 2010)

Awards

  • Best Screenplay (“Signal”) – 2016 (5th) APAN Star Awards – October 2, 2016
  • Best Screenplay (“Signal”) – 2016 (52nd) BaekSang Arts Awards – June 3, 2016

Na Hong-Jin ผู้กำกับชาวเกาหลีมากฝีมือ

Na Hong-Jin ผู้กำกับชาวเกาหลีมากฝีมือที่ได้รับวัลการันตีฝีมืออย่างมากมาย สำหรับการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Chaser (2008) นาได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Grand Bell Awards และรางวัลภาพยนตร์เกาหลี ภาพยนตร์ติดตามผลของเขาเรื่อง The Yellow Sea (2010) ฉายในหัวข้อ Un Certain Could ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2011 The Wailing (2016) ภาพยนตร์เรื่องที่สามของ Na ยังฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

ชื่อ: Na Hong-Jin
ฮันกึล: 나홍진
วันเกิด: 1974
สถานที่เกิด: เกาหลีใต้

Director

  • The Wailing | Goksung (2016)
  • The Yellow Sea | Hwang Hae (2010)
  • The Chaser (2008)
  • Screenwriter
  • The Wailing | Goksung (2016)
  • The Yellow Sea | Hwang Hae (2010)
  • The Chaser (2008)

Awards

  • “Best Director” (“The Wailing”) 2016 (37th) Blue Dragon Film Awards – November 25, 2016
  • “Best Director” (“The Yellow Sea”) – 2011 (44th) Sitges Film Festival – October 6-16, 2011
  • “Best Director” (“The Yellow Sea”) – 2011 (15th) Puchon International Fantastic Film Festival – July 14-24, 2011
  • “Best New Director” (“The Chaser”) – 2008 (31st) Golden Cinematography Awards – December 23, 2008
  • “Best Director” (“The Chaser”) – 2008 (45th) Grand Bell Awards – June 27, 2008
Interview: 'The Wailing' Director Na Hong-jin On Death, Genre, Religion &  Comedy

Yoo Je-Won

Yoo Je-Won อีกหนึ่งผู้กำกับฝีมือดีอีกหนึ่งคนที่สร้างผลงานที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมากมายเช่นเรื่อง Hi Bye Mama (2020) ที่พึ่งจบไปล่าสุดและได้กระแสตอบรับที่ดีมาก

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ: Yoo Je-Won
ฮันกึล: 유제원
สถานที่เกิด: เกาหลีใต้

ผลงานกำกับ

  • Hi Bye Mama (tvN, 2020)
  • Abyss (tvN, 2019)
  • The Smile Has Left Your Eyes (tvN, 2018)
  • Tomorrow With You (tvN, 2016)
  • Oh My Ghost (tvN, 2015)
  • King of High School Life Conduct (tvN, 2014)
  • Tears of Heaven (MBN, 2014)

Shin Won-ho ผู้กำกับที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย

ชินวอนโฮเป็นผู้กำกับและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชาวเกาหลีใต้ เขาเป็นที่รู้จักในการผลิตและกำกับซีรีส์กวีนิพนธ์ที่ได้รับรางวัล Reply

ชินวอนโฮ (Shin Won-ho) คือผู้กำกับละครโทรทัศน์วัย 45 ปีจากเกาหลีใต้ มีผลงานการกำกับครั้งแรกเมื่อปี 2005 ถ้าว่ากันเรื่องจำนวน ซีรีส์ที่มีชื่อชินวอนโฮอยู่ท้ายเครดิตอาจจะไม่มาก แต่ถ้าให้ไล่เรียงไปทีละเรื่อง ในทุกผลงานของเขาล้วนผ่านจุดที่มีตัวเลขเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลในช่องนั้น หรือเป็นบันไดแจ้งเกิดให้นักแสดงแถวหน้าของเกาหลีใต้ทั้ง ยูยอนซอก (Yoo Yeon-seok) หรือคุณหมออันจองวอนจาก Hospital Playlist พัคโบกอม (Park Bo-Gum) , รยูจุนยอล (Ryu Jun-yol) จาก Reply 1988 และอีกมากมาย

ประวัติ

ชื่อจริง: Won Ho
ชื่อสกุล: ชิน
ชื่อพื้นเมือง: 신원호
หรือเป็นที่รู้จักในนาม: Sin Won Ho
สัญชาติ: เกาหลีใต้
เพศชาย
เกิด: 28 สิงหาคม 2518
อายุ: 45

Director

  • Hospital Playlist 2 | Seulkirowoon Uisasaenghwal 2 (tvN / 2021)
  • Hospital Playlist | Seulkirowoon Uisasaenghwal (tvN / 2020)
  • Prison Playbook | Seulgirowoon Gambbangsaenghwal (tvN / 2017-2018)
  • Reply 1988 | Eungdabhara 1988 (tvN / 2015-2016)
  • Reply 1994 | Eungdabhara 1994 (tvN / 2013)
  • Reply 1997 | Eungdabhara 1997 (tvN / 2012)

Awards

  • 2016 (5th) APAN Star Awards – October 2, 2016
  • Best Director (“Reply 1988”)
  • 2016 (52nd) BaekSang Arts Awards – June 3, 2016
  • Best Director (“Reply 1988”)
Shin Won Ho PD Talks About Possibilities For Next “Reply” Series Drama |  Soompi